สทนช. อัปเดตสถานการณ์น้ำล่าสุด เผยปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยายังรับน้ำได้อีกมาก พร้อมเตือน 8 จังหวัดริมโขงรับมือระดับน้ำพุ่งสูง 11-15 ส.ค. นี้
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศเพื่อเตรียมรับมือฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง
สภาพอากาศและพื้นที่ฝนตกสูงสุดรายภาค ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ผลจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน ร่วมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง โดยปริมาณฝนสะสมสูงสุดในแต่ละภาค มีดังนี้
- ภาคเหนือ จ.น่าน (111 มม.)
- ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี (58 มม.)
- ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (51 มม.)
- ภาคใต้ จ.ระนอง (48 มม.)
- ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (45 มม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา (41 มม.)
ทั้งนี้ คาดการณ์ช่วงวันที่ 12 – 16 ส.ค. 69 ประเทศไทยจะยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
สทนช. ออกประกาศเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น
เนื่องจากฝนที่ตกหนักในภาคอีสานและตอนกลางของ สปป.ลาว สทนช. จึงแจ้งเตือนพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่ อ.เชียงคาน จ.เลย ไปจนถึง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ให้เฝ้าระวังระดับน้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น 0.5 – 1.5 เมตร ในช่วงวันที่ 11 – 15 ส.ค. 69 โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำใน จ.นครพนม และ จ.มุกดาหาร ขอให้ประชาชนระมัดระวังการสัญจรและการประกอบกิจกรรมทางน้ำอย่างใกล้ชิด
สรุปปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ และ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ภาพรวมน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 58% ของความจุ (46,851 ล้าน ลบ.ม.) โดยเป็นน้ำใช้การได้ 40% (22,729 ล้าน ลบ.ม.)
ปริมาณน้ำแยกตามรายภาค
- ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 19,012 ล้าน ลบ.ม. (67%)
- ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 4,780 ล้าน ลบ.ม. (62%)
- ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 15,152 ล้าน ลบ.ม. (55%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 5,848 ล้าน ลบ.ม. (48%)
- ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 1,483 ล้าน ลบ.ม. (47%)
- ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 576 ล้าน ลบ.ม. (31%)
สำหรับ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังคงมีพื้นที่รองรับน้ำฝนได้อีกมาก โดยเขื่อนสิริกิติ์มีน้ำ 59% (5,636 ล้าน ลบ.ม.), เขื่อนภูมิพล 53% (7,113 ล้าน ลบ.ม.), เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 28% (262 ล้าน ลบ.ม.) และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 20% (177 ล้าน ลบ.ม.)
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดในพื้นที่เสี่ยง ได้เร่งประชาสัมพันธ์เตือนภัยพร้อมติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน



