อัปเดต ราคาทองวันนี้ (10 ส.ค. 69) ปิดตลาดผันผวน 20 ครั้ง ลดลง 50 บาท เช็กราคาทองคำแท่ง-ทองรูปพรรณล่าสุดก่อนตัดสินใจลงทุน!
รายงานความเคลื่อนไหว ราคาทองวันนี้ (10 ส.ค. 69) สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับเปลี่ยนราคาทองคำระหว่างวันรวมทั้งสิ้น 20 ครั้ง สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่มีความผันผวนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยการประกาศราคาครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 16:31 น. ซึ่งเป็นราคาปิดตลาด ส่งผลให้ราคาทองในประเทศมีการปรับลดลง 50 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้ ทำให้บรรยากาศการลงทุนและการซื้อขายทองคำแท่งรวมถึงทองรูปพรรณคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากนักลงทุนและประชาชนต่างเร่งเช็กราคาสุดท้ายเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนตัดสินใจซื้อขาย
อัปเดต ราคาทองคำล่าสุด (ประกาศครั้งที่ 20 เวลา 16:31 น.)
จากการประกาศราคาส่งท้ายวันของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำแท่ง และ ราคาทองรูปพรรณ ความบริสุทธิ์ 96.5% มีรายละเอียดดังนี้
ราคาทองคำรูปพรรณ
- รับซื้อ บาทละ 66,294.68 บาท
- ขายออก บาทละ 68,650.00 บาท
ราคาทองคำแท่ง
- รับซื้อ บาทละ 67,650.00 บาท
- ขายออก บาทละ 67,850.00 บาท
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
- อยู่ที่ 4,346.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
เช็กราคาทองวันนี้ 1 สลึง / ครึ่งสลึง
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนใน ทองคำขนาดเล็ก หรือมองหาของขวัญ ราคาทองคำเฉลี่ย (ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ) มีรายละเอียด ดังนี้
- ราคาทองคำ ครึ่งสลึง ขายออกประมาณ 8,481.25 บาท
- ราคาทองคำ 1 สลึง ขายออกประมาณ 16,962.50 บาท
- ราคาทองคำ 2 สลึง ขายออกประมาณ 33,925.00 บาท
- ราคาทองคำ 1 บาท ขายออกประมาณ 67,850.00 บาท
ราคาข้างต้นเป็นราคาประเมินโดยประมาณการตามฐานราคาทองคำแท่ง บาทละ 67,850.00 บาท
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ
ราคาทองคำเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความผันผวนและอ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และการเงินระดับโลก การวิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ 5 มิติ ดังนี้
1. นโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
- อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rates) เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่สร้างผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราเงินเฟ้อสูงกว่าดอกเบี้ย จะส่งผลให้ "ต้นทุนค่าเสียโอกาส" (Opportunity Cost) ในการถือครองทองคำลดลง หนุนให้มีแรงซื้อทองคำเพิ่มขึ้น
- การส่งสัญญาณนโยบาย (Fed Guidance) ถ้อยแถลงของประธาน Fed และรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (เช่น ตัวเลขการจ้างงาน non-farm, CPI, PCE) ส่งผลต่อความคาดหวังเรื่องทิศทางดอกเบี้ย และทำให้ราคาทองคำผันผวนในระยะสั้น
2. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และค่าเงินบาท (THB)
- ทิศทาง Gold Spot vs. USD ทองคำโลกซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ โดยทั่วไปเมื่อ ดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองคำโลกจะมีแนวโน้ม ปรับตัวสูงขึ้น
- ปัจจัยเงินบาทต่อราคาทองในไทย
เงินบาทอ่อนค่า ช่วยหนุนให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น แม้ราคาทองโลกจะทรงตัว
เงินบาทแข็งค่า กดดันให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลง
3. ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตเศรษฐกิจ (Safe Haven Demand)
- ความตึงเครียดระหว่างประเทศ สงคราม ความขัดแย้งทางการเมือง หรือมาตรการตอบโต้ทางการค้า (เช่น สหรัฐฯ-จีน หรือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง) ทำให้นักลงทุนย้ายเงินเข้าสู่ทองคำในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยง
- ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและ Stagflation ในภาวะที่เศรษฐกิจโตช้าแต่เงินเฟ้อสูง ทองคำจะถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอำนาจซื้อ (Purchasing Power)
4. แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก (Central Bank Buying)
- การลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-Dollarization) ธนาคารกลางหลายประเทศ (โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน รัสเซีย) เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนทองคำแท่งในทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการคลังและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างในระยะยาว
5. อุปสงค์และอุปทานในตลาด (Supply & Demand Dynamics)
- ฝั่งอุปทาน (Supply) ต้นทุนการขุดเจาะเหมืองทองคำที่สูงขึ้น มาตรฐาน ESG ที่เข้มงวดขึ้น และการค้นพบแหล่งแร่ใหม่ที่น้อยลง ทำให้ปริมาณทองคำใหม่เข้าสู่ตลาดมีจำกัด
- ฝั่งอุปสงค์ (Demand) ความต้องการในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ แรงซื้อตามฤดูกาล (เช่น เทศกาลตรุษจีน หรือฤดูกาลแต่งงานในอินเดีย) รวมถึงแรงซื้อผ่านกองทุน Gold ETF และนวัตกรรมใหม่อย่าง Tokenized Gold
สรุปแนวทางการติดตาม
ในระยะสั้น ราคาทองคำจะตอบรับอย่างรวดเร็วต่อตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ข่าวรายวัน ส่วนในระยะยาว ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก การสะสมทองคำของธนาคารกลาง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดฐานราคา





