กทม. เข้มตรวจสถานบันเทิง-ร้านอาหารทั่วกรุง ใช้เช็กลิสต์ 17 ข้อ ยกระดับความปลอดภัย สั่งหยุดแล้วกว่า 100 แห่ง เช็กผลผ่านแดชบอร์ดได้เลย
กรุงเทพมหานคร นำโดย นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจมาตรฐานความปลอดภัยสถานประกอบการและร้านอาหารคล้ายสถานบริการในพื้นที่เขตภาษีเจริญ ได้แก่ ร้านสวนสนุกพลัส (ถนนพุทธมณฑลสาย 1) และร้านครัวเพลงสบาย (ถนนเพชรเกษม) เพื่อติดตามมาตรการยกระดับความปลอดภัยหลังเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่จตุจักร โดยมีคณะผู้บริหารสำนักอนามัย สำนักงานเขตภาษีเจริญ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค และ สน.ภาษีเจริญ ร่วมลงพื้นที่
มาตรการตรวจเข้มสถานประกอบการ 3 ด้าน 17 ข้อ
กทม. ได้ปรับปรุงแบบตรวจความปลอดภัย (Checklist) รวม 17 ข้อ เพื่อให้ทุกสำนักงานเขตใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ครอบคลุม 3 ด้านหลัก
ด้านการป้องกันอัคคีภัย
- ป้ายและไฟทางออกฉุกเฉิน
- ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
- ระบบดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง
- เส้นทางหนีไฟ
- ระบบป้องกันเพลิงไหม้
- บันไดหนีไฟ
- ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
- อุปกรณ์ระงับเหตุเพลิงไหม้
- ระบบไฟฟ้าส่องสว่างฉุกเฉิน
- อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ด้านสุขลักษณะ
- ลักษณะอาคาร
- การควบคุมเสียงจากการประกอบกิจการ
- ระบบระบายอากาศ (มีเครื่องระบายอากาศ ไม่อบอ้าว ห้ามสูบบุหรี่ในตัวอาคาร)
- แสงสว่าง
- ห้องน้ำและสุขาภิบาล
ด้านความปลอดภัยอาคาร
- ระบบระบายอากาศ (มีช่องลมอย่างน้อย 10% ของพื้นที่ หรือมีระบบกลซึ่งทำจากวัสดุไม่ติดไฟ ไม่เกิดควันพิษ)
- ระบบไฟฟ้า
- วัสดุตกแต่ง ฉนวนกันความร้อน และฉนวนกันเสียง
แนวทางลงโทษและผลการดำเนินงานล่าสุด
การตรวจจะเริ่มจากการเช็กใบอนุญาต หากไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายอาหารจะสั่งหยุดกิจการทันที หากไม่มีใบอนุญาตแสดงดนตรีจะสั่งระงับเฉพาะการแสดงดนตรี สำหรับผลการดำเนินงานทั่วกรุงเทพฯ (19 ก.ค. – 4 ส.ค. 2569) จากทั้งหมด 948 แห่ง พบว่า
- ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 209 แห่ง (ผ่านครั้งแรก 155 แห่ง แก้ไขจนผ่าน 54 แห่ง)
- อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไข 632 แห่ง
- ถูกสั่งหยุดดำเนินการ 107 แห่ง (สั่งหยุดดนตรี 30 แห่ง สั่งหยุดกิจการ 77 แห่ง)
หากพบข้อบกพร่องที่ไม่ร้ายแรง เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือแนะนำ (นส.1) ให้เวลาแก้ไข 7–30 วัน และจะเข้าตรวจซ้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการตรวจเพียงครั้งเดียวแล้วจบ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามมาตรา 45 พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ต่อไป
เน้นย้ำผู้ประกอบการ Self-Check ผ่าน BMA OSS ภายใน 30 ก.ย. 69
กทม. ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทำ Self-Check ผ่านระบบ BMA OSS ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมแนบเอกสารรับรองระบบไฟฟ้าและวัสดุกันไฟจากวิศวกร นอกจากนี้ ประชาชนสามารถร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบสถานที่เสี่ยงหรือทางหนีไฟปิดขวาง สามารถแจ้งเบาะแสผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ได้ทันที
"เป้าหมายของ กทม. ไม่ใช่การสั่งปิดกิจการ แต่คือการยกระดับความปลอดภัย ป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว" รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวสรุป



