วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569

Login
Login

เกาะติดน้ำท่วม 5 จังหวัดเหนือ-อีสาน ปักหลักเครื่องจักรกล 24 ชม.

ปภ. เกาะติดน้ำท่วม 5 จังหวัดภาคเหนือ-อีสาน สั่งระดมกำลังพลและเครื่องจักรกลปักหลักช่วยผู้ประสบภัย 24 ชม. พร้อมชูโมเดลแก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน

วันนี้ (6 ส.ค. 69) ที่ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย โดยมี นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหาร ปภ. ส่วนกลาง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเเทาสาธารณภัยเขต และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมประชุมฯ และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
 
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประชุมติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพืนที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และจังหวัดสกลนคร ซึ่งบางจังหวัดสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ระยะการฟื้นฟูแล้ว 
 

ส่วนบางจังหวัดยังคงมีฝนตกหนักและสถานการณ์อุทกภัย  ในพื้นที่ และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณรภัยเขตในพื้นที่ที่รับผิดชอบจังหวัดเสี่ยงภัย ได้รายงานการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยและการปฏฺบัติงาน ประกอบด้วย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย เขต 10 ลำปาง เขต 9 พิษณุโลก และเขต 7 สกลนคร ที่สนับสนุนเครื่องจักร อาทิ รถบรรทุก 10 ล้อ ติดตั้งเครนขนาด 15 ตัน รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย เครื่องสูบน้ำ ขนาด 14 นิ้ว และเรือท้องแบน

“นอกจากการช่วยเหลือประชาชนแล้ว ปภ.ต้องช่วยกันวิเคราะห์การปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง แต่ในปีนี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้ แสดงว่ามีปัจจัยเชิงบวกหรือมาตรการใดที่ทำให้การบริหารจัดการประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะได้นำไปขยายผลและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้เป็นโมเดลการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่และเป็นแบบอย่างให้กับจังหวัดอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบถึงการดำเนินงานที่ ปภ. ได้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหา พร้อมลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนให้เข้าใจถึงสถานการณ์ภัย เพื่อสร้างความอุ่นใจและความพึงพอใจให้กับประชาชน” นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว
 

นายธีรพัฒน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้เกิดฝนตกหนักบางพื้นที่ ดังนั้นการวางแนวทางของการปฏิบัติ การสถาปนาศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่ออำนวยการ สั่งการ ประสาน บูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ในการเตรียมการและติดตามสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงนำระบบเครือข่ายการสื่อสารและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าพื้นที่เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน 

นอกจากนี้ ปภ. จะต้องวางระบบบริหารจัดการเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้กระจายทุกพื้นที่ไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องใช้เวลาในการขนย้ายเครื่องจักรกลเข้าไปประจำที่เสี่ยงให้เพียงพอต่อการเผชิญเหตุ พร้อมจัดทำบัญชีการใช้งานเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อได้ทราบถึงจำนวนการใช้งานและความต้องการใช้งานเครื่องจักรกลแต่ละพื้นที่