สทนช. เตือนด่วน! 28 จังหวัดทั่วไทย รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 6-9 ส.ค. 69 เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม เช็กพื้นที่เสี่ยงด่วน
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศ แจ้งเตือนภัย ระดับสีเหลือง/ส้ม ยืนยันช่วงวันที่ 6 - 9 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยจะเจอฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ครอบคลุมภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง และใต้ ย้ำประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้เชิงเขาและเขตเมืองเตรียมรับมือน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลาก
ทำไมช่วง 6 - 9 ส.ค. 69 ถึงต้องจับตาเป็นพิเศษ?
รายงานจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ส่งผลให้เกิดสภาวะฝนตกหนักในรอบนี้ เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักที่หนุนเสริมกัน
1. ร่องมรสุมกำลังแรง ได้เลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย
2. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การรวมตัวของ 2 สภาพอากาศนี้ ส่งผลให้เมฆฝนก่อตัวอย่างรวดเร็วและมีความหนาแน่นสูง เป็นเหตุให้เกิด ฝนตกหนักถึงหนักมากสะสม ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ดินไม่สามารถอุ้มน้ำได้ทัน จนนำไปสู่เหตุการณ์ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เชิงเขา
เช็กลิสต์ 28 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุด
สทนช. ได้ทำการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยระบบ HDOS และข้อมูลฝนคาดการณ์ พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษทั้งหมด 28 จังหวัด โดยแบ่งตามภูมิภาค ดังนี้
ภาคเหนือ (9 จังหวัด)
พื้นที่รับน้ำระลอกแรกจากร่องมรสุม เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาสูงและดินโคลนถล่ม
- เชียงราย, พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, กำแพงเพชร, ตาก, สุโขทัย, เพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (8 จังหวัด)
พื้นที่ลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำชี-มูน ต้องระวังระดับน้ำในลำน้ำสาขาเอ่อล้นตลิ่ง
- ชัยภูมิ, หนองคาย, บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี
ภาคตะวันออก (4 จังหวัด)
รับอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เต็มๆ เสี่ยงน้ำท่วมขังและน้ำกัดเซาะ
- ปราจีนบุรี, สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
ภาคกลางและภาคตะวันตก (3 จังหวัด)
พื้นที่รับน้ำจากภาคเหนือและพื้นที่เชิงเขาตะวันตก
- กาญจนบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์
ภาคใต้ (3 จังหวัด)
พื้นที่ชายฝั่งอันดามัน ต้องระวังคลื่นลมแรงและฝนตกหนักในพื้นที่ท่องเที่ยว
- พังงา, กระบี่, ภูเก็ต
สรุปประเด็นความเสี่ยง 3 ด้านที่ต้องเฝ้าระวัง
ประเภทภัยพิบัติลักษณะความเสี่ยงพื้นที่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
- เขตเทศบาล, ชุมชนเมืองขนาดใหญ่ และจุดอับน้ำท่วมซ้ำซาก เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง ปริมาณฝนตกสะสมระบายไม่ทัน
- พื้นที่ลาดเชิงเขา, หมู่บ้านใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมวลน้ำสะสมบนภูเขาทะลักลงสู่ลำห้วย
- พื้นที่ภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคใต้ เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม เนื่องจากดินชุ่มน้ำจนสูญเสียการทรงตัว
คู่มือรับมือและข้อปฏิบัติตนสำหรับประชาชน
ข้อควรปฏิบัติทันที
- ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ตรวจสอบทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และเอกสารสำคัญ ให้อยู่เหนือระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น
- ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ขุดลอกล้างท่อระบายน้ำหน้าบ้าน กวาดเศษใบไม้ไม่ให้ขวางทางน้ำ
- ระวังอันดับหนึ่ง "กระแสไฟฟ้า" ตัดไฟปลั๊กใต้ดินหรือจุดที่น้ำมีโอกาสท่วมถึง เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วซึม
- หลีกเลี่ยงการเดินทาง เว้นการสัญจรผ่านเส้นทางน้ำไหลเชี่ยว และไม่ควรกางเต้นท์หรือพักแรมใกล้ลำห้วย/น้ำตกในช่วง 6 - 9 ส.ค. นี้
ขณะนี้ สทนช. ได้ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานท้องถิ่น เร่งเตรียมพร้อมเครื่องจักรกล ประดาน้ำ และเครื่องสูบน้ำเข้าประจำจุดเสี่ยง พร้อมเปิดศูนย์ประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
สายด่วนแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ:
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) : โทร 1784 (ฟรี 24 ชม.)
- ศูนย์ปฏิบัติการน้ำแห่งชาติ (สทนช.) : โทร 1362



