สทนช. ดัน "ห้วยหลวงโมเดล" เร่งสถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง คืบหน้า 85% เปลี่ยนน้ำท่วม-ภัยแล้ง เป็นน้ำสำรอง 250 ล้าน ลบ.ม. อุ้มเกษตรกร 3 แสนไร่
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินหน้าขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเน้นย้ำการใช้ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เป็นกลไกสำคัญ พร้อมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า โครงการบริหารจัดการน้ำห้วยหลวงตอนล่าง ณ สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างและยกระดับมาตรการรองรับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง คืบหน้า 85% หัวใจสำคัญสู้ภัยแล้ง-น้ำท่วม
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า โครงการบริหารจัดการน้ำห้วยหลวงตอนล่าง วงเงินงบประมาณ 21,000 ล้านบาท ถือเป็นหัวใจสำคัญในการคลี่คลายปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืน
จุดเด่นของโครงการ "สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง" ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าแล้วกว่า 85% ได้รับการออกแบบให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้แบบ 2 ทิศทาง
- ฤดูฝน เร่งระบายน้ำจากลำห้วยหลวงลงสู่แม่น้ำโขง ด้วยเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง (ศักยภาพรวม 150 ลบ.ม./วินาที)
- ฤดูแล้ง สูบน้ำย้อนกลับจากแม่น้ำโขงเข้ามาสำรองไว้ใช้ในลำน้ำ
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ เอลนีโญ (El Niño) ที่ส่งผลให้ปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ สทนช. ได้ร่วมมือกับกรมชลประทาน ประเมินสถานการณ์รายวันผ่านระบบเส้นควบคุม (Dynamic Curve) เพื่อกักเก็บน้ำในลำห้วยหลวงให้ได้มากที่สุด
ปรับแผนขยายเวลาถึงปี 2575 เพิ่มพื้นที่แก้มลิง 20 แห่ง ครอบคลุม 3 แสนไร่
จากอุปสรรคด้านการจัดหาที่ดินและสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้เห็นชอบให้ขยายกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการไปจนถึง ปี 2575 (อยู่ระหว่างเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติงบประมาณ)
การขยายเวลาครั้งนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพโครงการอย่างมหาศาล
- เพิ่มพื้นที่แก้มลิง อีก 20 แห่ง
- ความจุน้ำสำรอง กักเก็บน้ำทั้งระบบได้กว่า 250 ล้านลูกบาศก์เมตร
- พื้นที่ได้รับประโยชน์ ครอบคลุมมากกว่า 300,000 ไร่
สทนช. ตั้งเป้าใช้ "ห้วยหลวงโมเดล" เป็นโครงการต้นแบบเพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ในภาคอีสานต่อไป
ข่าวดีเกษตรกร! หน้าแล้งนี้เตรียมเก็บน้ำได้กว่า 138 ล้าน ลบ.ม.
นายสุนทร คำศรีเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 5 กรมชลประทาน ระบุว่า พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณนี้ประสบปัญหาเกษตรกรทำนาไม่ได้ในฤดูฝนเนื่องจากน้ำท่วม และในฤดูแล้งน้ำก็ไหลลงสู่แม่น้ำโขงจนหมด
โครงการนี้จึงเข้ามาแก้ปัญหาตรงจุด โดยการสร้างประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำที่ปากลำห้วยหลวง เพื่อเปลี่ยนลำน้ำให้เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งในฤดูแล้งปีนี้ หากประตูระบายน้ำก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเริ่มกักเก็บน้ำที่ระดับ 160 ม.รทก. คิดเป็นปริมาณน้ำสำรองราว 138 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันที
บูรณาการร่วมกับคณะกรรมการลุ่มน้ำ มุ่งสู่ความยั่งยืน
ด้าน นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 (สทนช.ภาค 3) กล่าวเสริมว่า สทนช.ภาค 3 ได้ใช้กลไกของคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแกนหลักในการติดตามกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับแผนแม่บทฯ และตอบโจทย์การมีส่วนร่วมของชุมชน นำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)



