วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

ตั้งวอร์รูมรับมืออุทกภัย พบพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 1,363 จุด

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตั้งคณะกรรมการระดับภูมิภาค 4 ชุด รับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง หลังประเมินพบพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยทั่วประเทศ 1,363 จุด และพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วง 444 จุด

รัฐบาล ยกระดับการรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 4 คณะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติให้มีเอกภาพและสามารถสั่งการได้อย่างรวดเร็ว โดยในพื้นที่ภาคเหนือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ

ตั้งวอร์รูมรับมืออุทกภัย พบพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 1,363 จุด

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายยศชนันเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2569 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อกำหนดแนวทางบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในการรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ซึ่งแต่งตั้งคณะกรรมการระดับภูมิภาคทั้ง 4 คณะ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงสำคัญ ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อให้การบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

รัฐบาลระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยจำนวน 1,363 จุด และพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วงอีก 444 จุด จึงจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อรับมือทั้งสถานการณ์น้ำหลากและการขาดแคลนน้ำ ลดผลกระทบต่อประชาชน ภาคเกษตร และเศรษฐกิจในพื้นที่

สำหรับภารกิจของคณะกรรมการ จะครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ การป้องกันและบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย ตลอดจนการฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดภัย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
 

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีอำนาจกำกับและประสานการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รายงานผลต่อรัฐบาล พร้อมสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน รวมถึงสามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงานเฉพาะด้าน หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการรับมือภัยพิบัติ

รัฐบาลยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมทุกด้าน เน้นการบูรณาการข้อมูล การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการตัดสินใจที่รวดเร็ว เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงลดผลกระทบจากภัยพิบัติให้ได้มากที่สุด