กทม. ยกระดับรับมือฝนตกหนัก! สั่งตั้งศูนย์ฯ น้ำท่วม 50 เขต พร้อมพร่องน้ำคลอง-แก้มลิง 24 ชม. ส่งหน่วย BEST ช่วยประชาชนทันที เช็กเลย
กรุงเทพมหานคร เดินหน้ามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา"น้ำท่วม"เต็มกำลัง นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ และแผนฉุกเฉิน ประจำปี 2569 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกรณีเกิด"ฝนตกหนัก"ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยสั่งการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในทุกสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอด 24 ชั่วโมง
กาง 4 มาตรการหลัก กทม. รับมือน้ำท่วมขังและฝนตกหนัก
1.) จัดกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วย BEST เฝ้าระวังจุดเสี่ยง
ให้สำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ และบุคลากร เพื่อเข้าพื้นที่แก้ไขปัญหาได้ในทันที โดยเฉพาะบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วมขัง จุดเสี่ยงน้ำท่วม พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่เศรษฐกิจ ชุมชนริมคลอง และเส้นทางจราจรสำคัญ พร้อมทั้งตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายน้ำในถนนสายรอง ตรอก ซอย ตรวจสอบช่องรับน้ำไม่ให้มีขยะอุดตัน จัดรถสายตรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมขังระดับสูง รวมถึงจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (หน่วย BEST) และเจ้าหน้าที่เทศกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และหากเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในระดับสูงจนมีรถยนต์ขัดข้อง จะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือกรณีเครื่องยนต์ดับหรือเครื่องยนต์ขัดข้องบนท้องถนนอย่างทันท่วงที รวมถึงประสานหน่วย BEST และเจ้าหน้าที่ภาคสนามของสำนักการระบายน้ำ (สนน.) เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดน้ำท่วมขัง
2.) พร่องน้ำคลอง-แก้มลิง เตรียมระบบระบายน้ำ 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน ได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม เพื่อติดตามกลุ่มฝนผ่านระบบเรดาร์ตรวจอากาศ ตรวจสอบปริมาณฝน ระดับน้ำในคลอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ ได้แก่ ประตูระบายน้ำ จำนวน 244 แห่ง สถานีสูบน้ำ จำนวน 207 แห่ง อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง และบ่อสูบน้ำ จำนวน 371 แห่ง ตรวจสอบระบบเครื่องสูบน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม และเครื่องจักรกลต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยได้ดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าและเครื่องสูบน้ำเครื่องยนต์ตามจุดติดตั้งในความรับผิดชอบแล้วเสร็จ
พร้อมจัดเตรียมบุคลากรด้านเครื่องกลและไฟฟ้า เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ในทันที ประกอบกับได้ดำเนินการลดระดับน้ำตามคลองและแก้มลิงให้อยู่ในระดับต่ำตามเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วม และลดผลกระทบต่อประชาชน สำหรับพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ได้กำชับเจ้าของโครงการและผู้รับจ้างให้ตรวจสอบและเปิดทางระบายน้ำ ดูแลระบบท่อระบายน้ำชั่วคราว พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันทีเมื่อเกิดฝนตกหนัก
3.) แผนฉุกเฉินรับมือระบบระบายน้ำและไฟฟ้าขัดข้อง
สำหรับแผนฉุกเฉินกรณีน้ำท่วมขังและกระแสไฟฟ้าขัดข้อง กรณีมีฝนตกหนักต่อเนื่องจนเกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย ได้จัดหน่วย BEST เข้าดูแลพื้นที่จุดเสี่ยง จุดเฝ้าระวัง ถนนสายหลัก และพื้นที่ชุมชน พร้อมจัดเตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Unit) จำนวน 12 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำรถ รถเครน รถบรรทุกติดเครน เครื่องสูบน้ำสำรอง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ อุปกรณ์ส่องสว่าง และเครื่องมือซ่อมบำรุง เพื่อเข้าช่วยเหลือและเร่งระบายน้ำในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ สนน. ยังได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำเครื่องยนต์ จำนวน 200 เครื่อง ให้แก่สำนักงานเขตทั้ง 6 กลุ่มเขต เพื่อติดตั้งในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมและเพิ่มศักยภาพด้านการระบายน้ำในช่วงฝนตกหนัก
ส่วนกรณีกระแสไฟฟ้าขัดข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบแนวสายไฟฟ้าและประสานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินการตัดแต่งกิ่งไม้ที่อาจกระทบต่อแนวสายไฟ รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสัตว์ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดไฟฟ้าขัดข้องหรือไฟดับ พร้อมทั้งตรวจสอบความพร้อมของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ระบบสับเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และระบบควบคุมไฟฟ้า รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ด้านเครื่องกลและไฟฟ้าเข้าประจำจุดสำคัญ และประสานงานกับ กฟน. เพื่อเร่งแก้ไขเหตุขัดข้องและสนับสนุนแหล่งจ่ายไฟฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของสถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ
4.) ผนึกกำลังปริมณฑลและกรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ กทม. ยังได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการน้ำจากฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่รอยต่อให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดย กทม. ได้ประสานข้อมูลและบริหารจัดการน้ำร่วมกับกรมชลประทาน โดยเฉพาะสำนักงานชลประทานที่ 11 จังหวัดปริมณฑล จังหวัดรอยต่อ และหน่วยงานที่รับผิดชอบคลองหรือถนน เพื่อพิจารณาปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ำตามคลองสายหลักที่เชื่อมต่อกัน ระดับน้ำทะเลหนุน และความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่ปลายทาง
สำหรับการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำและการเดินเครื่องสูบน้ำในคลองพื้นที่รอยต่อระหว่าง กทม. และคลองในพื้นที่รับผิดชอบของกรมชลประทาน เช่น สถานีสูบน้ำเปรมใต้ สถานีสูบน้ำหนองจอก และสถานีสูบน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ กทม. และสำนักงานชลประทานที่ 11 ได้กำหนดเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำร่วมกัน โดยพิจารณาจากภาพรวมของระบบระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ โดยไม่เพิ่มผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง ทั้งสองหน่วยงานจะแลกเปลี่ยนข้อมูลปริมาณฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์และการสั่งการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ช่องทางติดตามสถานการณ์ฝนและแจ้งเหตุน้ำท่วม กทม. 24 ชั่วโมง
ประชาชนสามารถติดตามรายงานสถานการณ์ฝนแบบเรียลไทม์ และแจ้งเหตุน้ำท่วมขัง ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- เว็บไซต์ : https://dds.bangkok.go.th และ https://pr-bangkok.com
- Social Media : Facebook @BKK.BEST และ X (Twitter) @BKK_BEST
- ศูนย์แจ้งเหตุน้ำท่วม กทม. : โทร. 0 2248 5115
- แอปพลิเคชัน : Traffy Fondue
- สายด่วน กทม. : โทร. 1555



