รัฐบาลเผยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ยืนยันตัวตนแล้ว 69% เตือนอีก 9.8 แสนคนเร่งทำ e-KYC พร้อมเปิดยื่นทบทวนสิทธิจนถึง 31 ส.ค. นี้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นดูแลประชาชนผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบางให้ได้รับสิทธิอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมเร่งอำนวยความสะดวกในกระบวนการยืนยันตัวตนและการยื่นขอทบทวนสิทธิเพื่อไม่ให้มีใครเสียสิทธิที่พึงได้
สรุปสถานะการยืนยันตัวตน (e-KYC) ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ
จากจำนวนผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติรวมทั้งสิ้น 9.5 ล้านคน แบ่งสัดส่วนการดำเนินการออกเป็น
1. ผู้ถือบัตรรายเดิม (6.3 ล้านคน) ได้รับสิทธิทันทีโดยไม่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
2. ผู้ถือบัตรรายใหม่ (3.1 ล้านคน) จำเป็นต้องดำเนินการยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC
- ยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว กว่า 2.1 ล้านคน (คิดเป็น 69%) (ข้อมูลกรมการปกครอง ณ 2 ส.ค. 2569)
- ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน คงเหลือประมาณ 9.8 แสนคน (คิดเป็น 31%) ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งติดตามและประชาสัมพันธ์เชิงรุก
การยื่นขอทบทวนสิทธิ สำหรับผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ
สำหรับประชาชนที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในรอบแรก รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยมีข้อมูลล่าสุด ดังนี้
- ยื่นคำร้องทบทวนสิทธิแล้ว กว่า 4.1 ล้านคน (44%)
- ยังไม่ได้ยื่นคำร้อง (มีสิทธิยื่นได้) อีกประมาณ 5.2 ล้านคน (56%)
ช่องทางบริการและจุดบริการยืนยันตัวตน-ทบทวนสิทธิ
รัฐบาลได้จัดเตรียมช่องทางอำนวยความสะดวกอย่างครอบคลุม ทั้งระบบออนไลน์และจุดบริการเคลื่อนที่เพื่อรองรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง
ช่องทางออนไลน์
- รัฐบาลได้เตรียมช่องทางให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”เว็บไซต์โครงการ
สาขาธนาคารรัฐ
- ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ศูนย์ One Stop Service (OSS)
- ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ โดยรับเรื่องและส่งต่อหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงานสรรพากรอำเภอ, สำนักงานที่ดิน, สำนักงานขนส่ง และสำนักงานพาณิชย์
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
- ผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงพื้นที่เข้าหาประชาชนเชิงรุกทุกหมู่บ้าน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนทิ้งท้ายให้ผู้ถือบัตรรายใหม่ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนอีกกว่า 9.8 แสนคน และผู้ต้องการทบทวนสิทธิอีกกว่า 5.2 ล้านคน เร่งดำเนินการตามช่องทางที่กำหนดภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้ เพื่อรักษาสิทธิสวัสดิการของตนเองได้อย่างครบถ้วน



