วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม 2569

Login
Login

อ้างจนท.การไฟฟ้า กลโกงหลอกดูดเงินล้านจากบัญชี บุกจับสุพรรณบุรี

มิจฉาชีพแอบอ้าง จนท.การไฟฟ้า กลโกงโดนหลอกดูดเงินล้านจากบัญชีธนาคาร ล่าสุดตำรวจบุกจับสาวแสบเมืองสุพรรณบุรี

กรณีมิจฉาชีพแอบอ้าง จนท.การไฟฟ้า กลโกงโดนหลอกดูดเงินล้านจากบัญชีธนาคาร ล่าสุดตำรวจบุกจับสาวแสบเมืองสุพรรณบุรี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาว ก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์

ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

ตำรวจจับกุมตัวได้ที่ บริเวณริมถนนหมื่นประจญ ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี

สืบเนื่องจาก มีกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ติดต่อหาผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นบุตรเขย และอ้างต่อว่ามีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดต่อมาเรื่องมิเตอร์ไฟฟ้ามีปัญหา

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อกลับไป กลุ่มคนร้ายได้ใช้อุบายส่งลิงก์และคิวอาร์โค้ด (QR Code) อ้างว่าเป็นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์

จากนั้นได้ใช้วิธีวิดีโอคอลหลอกให้ผู้เสียหายเปิดแอปพลิเคชันธนาคารและสั่งให้เปลี่ยนเมนูใช้งานเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนหลอกให้ทำการสแกนใบหน้าถึง 2 ครั้ง ด้วยความไม่เข้าใจภาษาอังกฤษผู้เสียหายจึงทำตามขั้นตอน

จนกระทั่งระบบประมวลผลเสร็จสิ้นปรากฏว่าเงินในบัญชีของผู้เสียหายถูกโอนออกไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายรวม 2 บัญชี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,640,000 บาท

ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบัญชีธนาคารของนางสาว ก ผู้ต้องหารายนี้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้ลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์และเข้าทำการจับกุมตัวได้ในที่สุด

ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

โดยอ้างว่าได้รับการติดต่อจากคนรู้จักให้เปิดบัญชีใหม่และนำสมุดบัญชีพร้อมโทรศัพท์ไปมอบให้กลุ่มคนดังกล่าวใช้งาน

นอกจากนี้ยังยอมรับว่าตนถูกสั่งการให้เดินทางไปถอนเงินสดที่ธนาคารในจังหวัดปราจีนบุรีจำนวน 2 ครั้ง ยอดรวมกว่า 1.1 ล้านบาท เพื่อนำเงินสดไปส่งมอบให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ โดยได้รับเงินค่าจ้างตอบแทนเป็นเงินเพียง 8,000 บาท เท่านั้น

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปพ. ดำเนินการ

ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)