วันนี้ (29 ก.ค. 69) นางสาวอรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรมการศาสนา โดยกองศาสนพิธี จัดกิจกรรม "สวดโอ้เอ้วิหารราย" (ช่วงเข้าพรรษา) ระหว่างวันที่ 28-30 ก.ค. 69 ณ ศาลาราย รอบพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้มรดกภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาแต่โบราณ
ทั้งนี้ โรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารราย จะได้รับการคัดเลือกเข้าสวดโอ้เอ้วิหารราย ในเทศกาลเข้าพรรษา ในวันเสด็จพระราชดำเนิน ณ ศาลารายรอบพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเป็นการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปลูกฝังกล่อมเกลาจิตใจ ให้เป็นคนดีมีคุณธรรม อันเป็นการอนุรักษ์ และสืบสานโบราณราชประเพณี ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้เกิดความภาคภูมิใจ และให้คงอยู่เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทย
โดยในปีนี้ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครที่เข้าร่วมประกวดสวดโอ้เอ้วิหารราย และได้รับรางวัล มีดังนี้
ศาลาที่ 10 โรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) สำนักงานเขตจอมทอง ระดับเหรียญรางวัลเหรียญทอง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (ทีมหญิงล้วน)
ศาลาที่ 2 โรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) สำนักงานเขตจอมทอง ระดับเหรียญรางวัลเหรียญทอง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (ทีมผสม)
ศาลาที่ 7 โรงเรียนวัดสุวรรณ สำนักงานเขตคลองสาน ระดับเหรียญรางวัลเหรียญเงิน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (ทีมชายล้วน)
ศาลาที่ 3 โรงเรียนวัดช่องนนทรี สำนักงานเขตยานนาวา ระดับเหรียญรางวัลเหรียญเงิน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (ทีมชายล้วน)
การสวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นการสวดทำนองกาพย์กลอนของนักเรียนที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา แบ่งเป็น 3 วาระ ได้แก่ ช่วงต้นพรรษา ช่วงกลางพรรษา และช่วงออกพรรษา โดยจัดควบคู่กับการสวดพระมหาชาติคำหลวง ซึ่งเป็นวรรณกรรมสำคัญที่กล่าวถึงพระชาติสุดท้ายก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือ พระเวสสันดรชาดก อันสะท้อนการบำเพ็ญทานบารมีอันยิ่งใหญ่
การสวดพระมหาชาติคำหลวงและการสวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยผู้สวดพระมหาชาติคำหลวงจะสวดภายในพระวิหารหลวง ส่วนผู้สวดตามวิหารรายรอบพระอุโบสถเรียกว่า "การสวดโอ้เอ้วิหารราย" ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการปรับบทสวดโอ้เอ้วิหารรายจาก มหาชาติคำหลวงเป็นเทียบมูลบท และภายหลังเปลี่ยนเป็นกาพย์พระไชยสุริยา วรรณกรรมของสุนทรภู่ ซึ่งประกอบด้วยกาพย์ยานี 11 กาพย์ฉบัง 16 และกาพย์สุรางคนางค์ 28 เป็นบทสวดโอ้เอ้วิหารราย และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันกรมการศาสนายังคงสืบสานราชประเพณีดังกล่าว โดยจัดการสวดพระมหาชาติคำหลวงควบคู่กับการสวดโอ้เอ้วิหารรายในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เพื่ออนุรักษ์พระพุทธศาสนาและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ


