สธ. สั่งอพยพชาวบ้านบึง ชลบุรี กว่า 1,400 คน หนีควันพิษไฟไหม้โกดังพลาสติก กรมอนามัยเร่งตรวจสารไดออกซินก่อมะเร็ง ปนเปื้อนอากาศ-น้ำ
เกิดเหตุ"ไฟไหม้โกดังพลาสติก"ครั้งใหญ่ในพื้นที่ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดควันไฟ ฝุ่นละออง และกลิ่นเหม็นจากการเผาไหม้กระจายเป็นวงกว้าง มีประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 1,900 ราย ด้านกระทรวงสาธารณสุขสั่งการด่วน สั่งอพยพชาวบ้าน เร่งย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมส่งทีมแพทย์และศูนย์อนามัยเข้าดูแลสุขภาพและเฝ้าระวังสารพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด
สธ. สั่งอพยพด่วน! รัศมี 1 กม. ผลกระทบครอบคลุมกว่า 1,900 คน
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์ ไฟไหม้โกดังพลาสติก บ้านบึง ชลบุรี ว่า ควันพิษจากการเผาไหม้ได้ครอบคลุมพื้นที่อาคารหอพัก 6 อาคาร (ผู้อาศัยราว 1,400 คน) และบ้านเรือนประชาชนในรัศมี 1 กิโลเมตร อีกกว่า 144 ครัวเรือน (551 ราย)
ขณะนี้หน่วยงานราชการได้แจ้งเตือนและเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว จนกว่าสถานการณ์จะสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์
อันตรายจากสารเคมีไฟไหม้พลาสติก เสี่ยงมะเร็ง-กระทบระบบทางเดินหายใจ
การเผาไหม้ของพลาสติกก่อให้เกิดสารมลพิษและสารเคมีอันตรายปนเปื้อนในอากาศหลายชนิด ได้แก่
- ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ และ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
- สารสไตรีน (Styrene)
- สารไดออกซิน (Dioxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งหากสูดดมหรือสัมผัสเป็นระยะเวลานาน
อาการเบื้องต้นเมื่อสูดดมควันพิษ
- แสบตา แสบจมูก ระคายเคืองทางเดินหายใจ
- ไอ หายใจลำบาก
- เวียนศีรษะ มึนศีรษะ
กลุ่มเปราะบางต้องระวังเป็นพิเศษ เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงสูงกว่าปกติ
กรมอนามัยส่งทีม SEhRT ลุยพื้นที่ ตรวจสอบน้ำและสิ่งแวดล้อม
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า ได้ส่งทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ประสานงานร่วมกับ สสจ.ชลบุรี, สสอ.บ้านบึง และโรงพยาบาลบ้านบึง ลงพื้นที่ปฏิบัติการด่วน เพื่อ
- ประเมินความเสี่ยงสุขภาพ จากควันพิษไฟไหม้
- เฝ้าระวังการปนเปื้อนสารพิษ ในแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภค และน้ำใช้ครัวเรือนหลังการดับเพลิง
- ออกคำแนะนำด้านสุขภาพ เพื่อลดการสัมผัสสารมลพิษจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ข้อปฏิบัติตนสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
กรมอนามัย เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านบึงและบริเวณใกล้เคียงปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้
- ติดตามข่าวสาร ฟังการแจ้งเตือนภัยสุขภาพจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด
- หลีกเลี่ยงพื้นที่ ห้ามเข้าใกล้จุดเกิดเหตุไฟไหม้
- สวมหน้ากากอนามัย ควรใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือหน้ากากป้องกันสารเคมี/มลพิษ
- สังเกตอาการตัวเองและครอบครัว หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก แน่นหรือเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย หรือปวดศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที


