วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เตือน มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างร้านวัสดุก่อสร้าง ลวงคืนเงิน ก่อนดูดเกลี้ยงบัญชี

มุกใหม่! ตร. เตือนภัย แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้าง ร้านวัสดุก่อสร้าง-ห้างดังขายของใช้ในบ้าน ลวงคืนเงินค่าสินค้า สุดท้ายหลอกให้โอนเงิน แนะ 4 วิธีป้องกันไม่ตกเป็นเหยื่อ

เตือนภัย มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ วันนี้ (23 กรกฎาคม 2569) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ในห้วงที่ผ่านมา พบว่าการหลอกลวงของ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" ที่ใช้อุบายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นพนักงานร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง หรือห้างสรรพสินค้าขายของใช้ในบ้านมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยมิจฉาชีพจะหลอกลวงว่าสินค้าที่เคยสั่งซื้อไปนั้นมีปัญหาหรือชำรุด และเสนอที่จะชดใช้เงินคืนให้ ซึ่งหากพี่น้องประชาชนหลงเชื่ออาจถูกหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียม หรือถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล (แอปดูดเงิน) ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินและเงินในบัญชีเป็นจำนวนมาก

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงขอเตือนภัยพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันมิให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ที่มาในรูปแบบของการแอบอ้างเป็นร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและของใช้ในบ้าน ดังนี้

1. ห้ามโอนเงินตามคำกล่าวอ้างทุกกรณี

เพราะร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าที่ประกอบธุรกิจจริง จะไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการใด ๆ ล่วงหน้า เพื่อแลกกับการคืนเงินค่าสินค้าที่ชำรุด

2. ห้ามกดลิงก์ หรือติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักเด็ดขาด

เพราะมิจฉาชีพมักจะส่งลิงก์ผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชันสนทนา เพื่อหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล (แอปดูดเงิน)

3. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงิน

เพราะการให้ข้อมูลสำคัญ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน หรือรหัส OTP แก่บุคคลปลายสาย จะเป็นการเปิดช่องว่างและเพิ่มความเสี่ยงในการถูกนำข้อมูลไปลักลอบเข้าถึงบัญชีทางการเงิน

4. ตรวจสอบข้อมูลกับร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้าโดยตรง

เพราะเมื่อพบสายเรียกเข้าที่น่าสงสัย การรีบตัดสายทิ้งทันที แล้วติดต่อไปยังหมายเลขศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของร้านค้านั้น ๆ ด้วยตนเอง เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

 

อย่างไรก็ตาม หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือ สายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง