สนค.จับมือ มธ.ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยในมิติการค้า มุ่งยกระดับสินค้าและบริการไทย ชูเครื่องหอม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ความงาม และธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ เป็นกลุ่มนำร่อง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.เดินหน้าผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการไทยผ่านกลยุทธ์ ซอฟต์พาวเวอร์เชิงพาณิชย์ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาและร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ภายใต้ “โครงการการเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าอุตสาหกรรมไทยเชิงพาณิชย์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์” ในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30-14.30 น. ณ โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร
การจัดสัมมนาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษา สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มมูลค่าการค้าด้วยซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
โดยมุ่งเน้น 2 กลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ กลุ่มสินค้าเครื่องหอม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ความงาม รวมถึง ธุรกิจบริการดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูงในตลาดโลก
ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า แนวคิดของงานคือ “From Local to Global พลิกทุนท้องถิ่น ทะยานสู่เวทีโลก” สะท้อนแนวทางการนำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ของไทย มาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาสินค้า การสร้างแบรนด์ และการขยายตลาดในระดับสากล
ที่ผ่านมา สนค.และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ร่วมศึกษาบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง ความท้าทายด้านการค้า ตลอดจนโอกาสในการนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยมาสร้างความแตกต่างให้สินค้าและบริการไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
ภายในงานจะมีการนำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ยกระดับสินค้าและธุรกิจบริการไทย พร้อมถ่ายทอดกรณีศึกษาความสำเร็จจากเจ้าของแบรนด์ที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาไทย และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ มาพัฒนาเป็นจุดขายและสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ เวทีเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของการเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการไทยเชิงพาณิชย์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์” ที่จะร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญถึงทิศทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยในอนาคต เพื่อให้ก้าวข้ามการสร้างกระแสหรือภาพลักษณ์ ไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ช่วงท้ายของงานจะเป็นกิจกรรมระดมความคิดเห็นจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อสะท้อนประสบการณ์จริง แลกเปลี่ยนแนวทางบูรณาการความร่วมมือ และร่วมกันพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและบริบทของสินค้าเป้าหมาย อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์เชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ
นายนันทพงษ์ ระบุว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพของไทย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องหอม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ความงาม และธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ ให้สามารถใช้ซอฟต์พาวเวอร์เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาแบรนด์ ขยายโอกาสทางการค้า และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม


