รัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เตรียมขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ พร้อมทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่การคัดกรองผู้มีสิทธิ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนตัวจริง พร้อมช่วยคนที่ตกหล่นไม่ผ่านเกณฑ์
บัตรคนจนล่าสุด รัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงระบบ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” เตรียมขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ พร้อมทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่การคัดกรองผู้มีสิทธิ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนตัวจริง หลังพบข้อมูลประชาชนไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 4-5 ปี และเปิดช่องให้ผู้ได้รับผลกระทบชี้แจงข้อเท็จจริงได้อย่างเป็นธรรม
วันนี้ (22 กรกฎาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างทบทวนหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนที่มีความเดือดร้อนอย่างแท้จริง และใช้งบประมาณของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
การปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังพบว่าฐานข้อมูลประชาชนไม่ได้รับการปรับปรุงมานานกว่า 4-5 ปี ส่งผลให้สามารถนำผู้ที่ตกสำรวจและผู้ที่มีความเดือดร้อนจริงเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นกว่า 2.3 ล้านคน
รัฐบาลยังรับฟังข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีการถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้แอบอ้างรับสิทธิ จึงเตรียมปรับปรุงกระบวนการอุทธรณ์ให้สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนชี้แจงข้อเท็จจริง และนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาทบทวนสิทธิเป็นรายกรณี
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างทบทวนหลักเกณฑ์บางประเด็นให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น กรณีการครอบครองรถยนต์เก่า โดยหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมเพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้มีรายได้น้อย
ในส่วนของการอำนวยความสะดวก กระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อให้บริการยืนยันตัวตน ยื่นคำขอทบทวนสิทธิ และตรวจสอบข้อเท็จจริงสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ โดยผู้ที่ถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ และหากพบการกระทำทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคล จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
โฆษกรัฐบาลย้ำว่า การทบทวนระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการอุทธรณ์ เพื่อไม่ให้ผู้เดือดร้อนจริงถูกตัดสิทธิหรือหลุดออกจากระบบ
ทั้งนี้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการดูแลประชาชนของภาครัฐ โดยประชาชนยังสามารถเข้าถึงสวัสดิการอื่น ๆ ได้อีกกว่า 72 ประเภท เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยความพิการ และสวัสดิการด้านการศึกษา ตามสิทธิที่แต่ละคนพึงได้รับ
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติสามารถยื่นทบทวนสิทธิได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตังค์ แอปพลิเคชันทางรัฐ ธนาคารกรุงไทย และหน่วยรับลงทะเบียน โดยต้องดำเนินการแก้ไขข้อมูลภายใน 30 วันนับจากวันประกาศผล และจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 21 กันยายน 2569 ก่อนเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569





