วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ไทยช่วยไทย พลัส' ใช้สิทธิแล้วกว่า 39 ล้านคน เงินสะพัด 7.8 หมื่นล้าน

รัฐบาลเผยผลดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชนกว่า 39 ล้านคน พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท กระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศกว่า 1.09 ล้านราย

รัฐบาลเผยผลดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชนกว่า 39 ล้านคน พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท กระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศกว่า 1.09 ล้านราย ขณะที่ AI นกกระซิบ คู่คิดร้านค้า มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 640,000 ร้าน


'ไทยช่วยไทย พลัส' ใช้สิทธิแล้วกว่า 39 ล้านคน เงินสะพัด 7.8 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบผลการดำเนิน "โครงการไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งดำเนินการภายใต้วงเงินกว่า 175,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนจากปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้น ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

ผลการดำเนินงานทั้ง 3 โครงการย่อย สามารถช่วยเหลือประชาชนรวมกว่า 39 ล้านคน และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มสวัสดิการผู้ถือบัตรคนจน 1,000 บาทต่อเดือน

สำหรับโครงการย่อยที่ 1 และ 2 รัฐบาลได้เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน โดยเพิ่มเงินอีก 700 บาท ทำให้ได้รับสิทธิรวม 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็น ได้แก่

  • ค่าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
  • ค่าเดินทาง
  • ค่าน้ำประปา
  • ค่าไฟฟ้า
  • ค่าก๊าซหุงต้ม

เฉพาะช่วงวันที่ 1-30 มิถุนายน 2569 มีการจัดสรรวงเงินรวม 13,581.13 ล้านบาท และมีการใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าเป็นหลัก คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,925.72 ล้านบาท
 

"ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" เงินสะพัดกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท

ข้อมูล ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 พบว่า โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีประชาชนได้รับสิทธิแล้ว 26.04 ล้านคน สร้างยอดใช้จ่ายรวม 78,142 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • ประชาชนร่วมจ่าย 33,176 ล้านบาท (42%)
  • ภาครัฐร่วมจ่าย 44,966 ล้านบาท (58%)

ขณะเดียวกันมีร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 1,092,158 ร้านค้า โดยกว่า 99% เป็นร้านค้ารายย่อยของบุคคลธรรมดา ส่วนใหญ่เป็น

  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
  • ร้านค้าทั่วไป
  • ร้านธงฟ้า

รัฐบาลระบุว่า เม็ดเงินจากโครงการกระจายสู่ทุกภูมิภาคของประเทศ โดย

  • 22 จังหวัดเมืองหลัก มีสัดส่วนการใช้จ่าย 63% ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี
  • 55 จังหวัดเมืองรอง มีสัดส่วน 37% นำโดย นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี อุดรธานี ราชบุรี และเชียงราย

สะท้อนว่าเม็ดเงินจากโครงการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับพื้นที่ ไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะเมืองใหญ่
 

คนแห่ใช้สิทธิช่วงต้นเดือน ยอดใช้จ่ายพุ่ง

รัฐบาลยังพบพฤติกรรมการใช้สิทธิของประชาชนว่า

  • สัปดาห์แรกของเดือน มีผู้ใช้สิทธิกว่า 12 ล้านคนต่อวัน
  • เกิดธุรกรรมเฉลี่ยประมาณ 20 ล้านรายการต่อวัน
  • มียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 2,200-2,800 ล้านบาทต่อวัน
  • หลังผ่าน 7 วันแรก ยอดใช้จ่ายลดลงเหลือประมาณ 500-2,000 ล้านบาทต่อวัน
  • วันเสาร์-อาทิตย์เป็นช่วงที่มีการใช้จ่ายคึกคักที่สุด

นอกจากนี้ ในเดือนแรกของโครงการ พบว่า

  • 94% ของผู้ใช้สิทธิ ใช้วงเงินรัฐร่วมจ่ายเกิน 800 บาท
  • 48% ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาท

ดัน AI ช่วยร้านค้ารายย่อยผ่านแอป "ถุงเงิน"

รัฐบาลยังเดินหน้าส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่าน "นกกระซิบ คู่คิดร้านค้า" ผู้ช่วย AI ในแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ที่ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย ตรวจสอบช่วงเวลาขายดีที่สุด เปรียบเทียบราคาวัตถุดิบ และจัดทำรายงานเพื่อใช้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 พบว่า

  • ร้านค้าใช้งาน AI แล้วกว่า 640,000 ร้าน
  • ใช้ฟีเจอร์วิเคราะห์ยอดขาย (Sales Insight) แล้วกว่า 440,000 ร้าน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลการดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" สะท้อนว่ามาตรการของรัฐบาลสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ร้านค้ารายย่อยและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยรัฐบาลจะเดินหน้ามาตรการดูแลเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง