โปรไฟล์หนุ่มหล่อหน้าตาดี ทักจีบผ่านเฟซบุ๊ก หลอกแอบอ้างเป็นหมอ-ตำรวจ ชวนลงทุนสูญเงินล้าน บุกจับสาวแสบที่นครราชสีมา
เตือนภัย โปรไฟล์หนุ่มหล่อหน้าตาดี ทักจีบผ่านเฟซบุ๊ก หลอกแอบอ้างเป็นหมอ-ตำรวจ ชวนลงทุนสูญเงินล้าน บุกจับสาวแสบที่นครราชสีมา
สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับขบวนการบัญชีม้าที่ทำหน้าที่สนับสนุนการหลอกหลวงประชาชน เพื่อตัดวงจรแก๊งสแกมเมอร์ ตามนโยบาย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. โดย พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ พนมชัยจิรกุล ผกก.4 บก.สอท.4 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนกรณีดังกล่าว
กระทั่งสืบสวนทราบว่า นางสาว ณ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 910/2569 ลงวันที่ 16 ก.พ.69 และยังเป็นผู้ต้องหารายสำคัญตามประกาศสืบจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2569 ลำดับที่ 257 ซึ่งเชื่อมโยงคดีหลอกลวงออนไลน์ทั่วประเทศถึง 18 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7,827,851.92 บาท โดยเจ้าตัวได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา
จึงนำกำลังลงพื้นที่ติดตามตัว ต่อมา พ.ต.ท.สุรพล เห็มไธสง รอง ผกก.4 บก.สอท.4, พ.ต.ท.ชัยภัทร เชื้อสาย รอง ผกก.4 บก.สอท.4, พ.ต.ท.วิสุทธิ์ ครุฑจันทร์ สว.กก.4 บก.สอท.4 และ พ.ต.ท.อาณัติ เข็มทอง สว.กก.4 บก.สอท.4 ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ณภัทร อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวได้ที่ บริเวณห้องพักไม่มีชื่อ ในพื้นที่ ม.1 ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
แจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของผู้อื่นฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของผู้อื่นฐานร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายหญิงรายหนึ่ง ถูกมิจฉาชีพใช้เฟซบุ๊กโปรไฟล์เป็นหนุ่มหน้าตาดี ติดต่อมาหาอ้างว่าเป็นหมอฟันและทำงานที่โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทักแชทพูดคุยเพื่อตีสนิทก่อนจะชวนเปลี่ยนไปสนทนากันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และติดต่อกันตลอดจนเกิดความสนิทสนม
ต่อมา คนร้ายได้อ้างว่านอกจากเป็นหมอฟันแล้ว ยังชอบลงทุนเล่นหุ้นต่างประเทศ หุ้นน้ำมัน เทรดเงินดิจิทัลและเหรียญคริปโต ซึ่งมีผลกำไรตอบแทนสูงมาก พร้อมทั้งชักชวนผู้เสียหายร่วมลงทุน โดยแนะนำแพลตฟอร์ม Beowt FX
จากนั้นได้สอนวิธีการลงทุนทุกขั้นตอน ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป 13 ครั้ง ช่วงแรกมียอดผลกำไรโชว์ในระบบจริง แต่สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้ รวมความเสียหายทั้งสิ้น 1,734,837 บาท ซึ่ง น.ส. ณ เป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเคยถูกหลอกให้ไปทำงานฝั่งประเทศกัมพูชา แต่เมื่อไปถึงแล้วไม่ได้ทำงาน กลับถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารและสแกนใบหน้าโอนเงิน หากไม่ทำตามก็จะถูกทำร้ายทุบตี พอบัญชีโดนระงับทั้งหมดจึงถูกปล่อยทิ้งให้กลับประเทศไทยเอง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดรวมทั้งตัวผู้บงการ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ที่มา ตำรวจไซเบอร์


