วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569

Login
Login

มหาดไทย วาง 9 มาตรการรับมือฤดูฝน 2569 สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รับมือน้ำท่วม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด บูรณาการหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดินหน้า 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 เร่งตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด บูรณาการหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดินหน้า 9 มาตรการ รับมือฤดูฝนปี 2569 เร่งตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยง เตรียมรับมือน้ำท่วม พร้อมตรวจสอบคันกั้นน้ำ เตรียมเครื่องจักรและกำลังพล ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ลดผลกระทบจากน้ำหลากและอุทกภัยต่อประชาชน

มหาดไทย วาง 9 มาตรการรับมือฤดูฝน 2569 สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รับมือน้ำท่วม

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้เร่งขับเคลื่อนแผนเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามแนวทางที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนอย่างทันท่วงที

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ ให้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากอย่างเต็มกำลัง พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ พนังกั้นน้ำ และทำนบ รวมถึงเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ ยังให้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เพื่อเป็นศูนย์บัญชาการและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างเครือข่ายแจ้งเตือนภัยระดับชุมชนผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลความเสี่ยงและสามารถเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ได้ล่วงหน้า
 

9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 

  1. คาดการณ์และแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนทิ้งช่วงล่วงหน้า
  2. ทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในระดับลุ่มน้ำ
  3. เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมปฏิบัติงานทันที
  4. ตรวจสอบความมั่นคงของคันกั้นน้ำ ทำนบ และพนังกั้นน้ำ
  5. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ
  6. จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำก่อนเกิดภัย ควบคู่กับการปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่
  7. เร่งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในระยะยาว
  8. สร้างการรับรู้ความเสี่ยงและเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน
  9. ติดตามและประเมินผล เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต

นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า การดำเนินงานทั้ง 9 มาตรการจะเชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดความเสียหายจากอุทกภัย ดูแลความปลอดภัยของประชาชน และให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน