ไทย-มาเลเซีย ยกระดับความร่วมมือบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หลังการหารือผู้นำ 2 ประเทศ มอบหมาย สทนช. เร่งจัดทำเอ็มโอยู ลุ่มน้ำโก-ลก แบบบูรณาการภายในปี 2569 พร้อมผลักดันโครงการความร่วมมือพัฒนาระบบเตือนภัย
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ภายหลังการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระหว่างวันที่ 9–10 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองปูตราจายา และกรุงกัวลาลัมเปอร์ ทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องในการยกระดับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ชายแดนและการพัฒนาลุ่มน้ำโก-ลก ซึ่งเป็นลุ่มน้ำสำคัญที่เชื่อมโยงไทยและมาเลเซีย
ในการหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับ ดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์ในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การพัฒนาพื้นที่ชายแดน และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมมอบหมายให้ สทนช. ของไทย ประสานความร่วมมือกับกระทรวงเปลี่ยนผ่านพลังงานและปฏิรูปน้ำแห่งมาเลเซีย เพื่อพัฒนาระบบพยากรณ์และติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ชายแดน
รวมถึงเร่งผลักดัน ร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการลุ่มน้ำโก-ลกแบบบูรณาการ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 เพื่อเป็นกรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างทั้งสองประเทศ
นายชยันต์ กล่าวว่า นอกจากการจัดทำ MOU แล้ว สทนช. ยังเร่งขับเคลื่อนโครงการ “Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Kolok River Basin” ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สทนช. กรมชลประทาน และกรมชลประทานและการระบายน้ำของมาเลเซีย เพื่อจัดทำข้อเสนอโครงการขอรับการสนับสนุนจาก กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility : GEF)
โครงการดังกล่าวมีกำหนดดำเนินงานเป็นระยะเวลา 48 เดือน มีเป้าหมายสำคัญในการจัดทำฐานข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำร่วมกัน พัฒนากลไกความร่วมมือไทย–มาเลเซียในการบริหารจัดการลุ่มน้ำข้ามพรมแดน เสริมศักยภาพการบริหารความเสี่ยงจากอุทกภัยและการกัดเซาะตลิ่ง
รวมถึงส่งเสริมการใช้ แนวทางการจัดการที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature-based Solutions : NbS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศควบคู่กับการลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำ แผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ร่วม สำหรับการบริหารจัดการลุ่มน้ำโก-ลกในระยะยาว โดยมีองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริหารโครงการ ขณะที่ สทนช. รับผิดชอบการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ
นายชยันต์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระหว่างไทยและมาเลเซีย ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ลดความสูญเสียจากอุทกภัยและภัยแล้ง ตลอดจนดูแลระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมทางน้ำข้ามพรมแดนให้เกิดความยั่งยืน
“สทนช. มุ่งมั่นสานต่อความร่วมมือกับประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางน้ำข้ามพรมแดน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโก-ลกให้มีความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายชยันต์ กล่าว


