วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

จี้ 8 มาตรการ แก้ผลกระทบจาก 'โรงปูน' แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมี จ.สระบุรี

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถกหาทางออกแก้ผลกระทบจากโรงปูน - แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมีในสระบุรี เผย 8 มาตรการ

กรณี ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถกหาทางออกแก้ผลกระทบจากโรงปูน - แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมีในสระบุรี

วันนี้ (16 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น ณ ห้องประชุมพระพุทธบาท ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนางนวพร จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 2 นายพินิจ ตันติวิญญูพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4 และคณะ

เร่งประชุมหารือร่วมกับนายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาทางออกบรรเทาความเดือดร้อนจาก โรงปูน - แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมี ชงมาตรการเร่งด่วนและระยะยาว ย้ำติดตามใกล้ชิดหวังเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า หลังจากเมื่อวานนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางเสียงจากการประกอบกิจการโรงงานปูนซีเมนต์ในอำเภอพระพุทธบาท และปัญหาแหล่งน้ำธรรมชาติเน่าเสียมีสารเคมีปนเปื้อนในอำเภอแก่งคอยแล้ว ได้รับทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงจากหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม

จี้ 8 มาตรการ แก้ผลกระทบจาก 'โรงปูน' แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมี จ.สระบุรี

โดยในวันนี้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ จังหวัดสระบุรี กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสระบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี เทศบาลตาบลพุกร่าง และผู้ร้องเรียน ร่วมประชุมหารือเร่งหาทางแก้ไขปัญหาทั้ง 2 กรณี เนื่องจากชาวบ้านยังคงได้รับความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

ซึ่งจากการประชุมนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าหน่วยงานของรัฐได้ร่วมกันบูรณาการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องแล้ว

จึงได้มีข้อเสนอแนะ ดังนี้

ให้สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ดําเนินการกํากับ ดูแล ตรวจสอบ และเร่งรัดให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานปูนซีเมนต์ดําเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยให้ดําเนินการปรับปรุงกระบวนการทํางาน ดังนี้

  1. หมั่นตรวจสอบและปรับปรุงระบบดักฝุ่นในโรงปูนซีเมนต์ (เครื่องดักฝุ่นแบบถุงกรอง (Bag Filter)) ให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ
  2. ตรวจสอบและควบคุมการจํากัดความสูงของกองหินผสมดิน ซึ่งเป็นวัตถุดิบ ไม่ให้สูงเกิน 7 เมตร เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น
  3. ปรับปรุงระบบเก็บกองวัตถุดิบ โดยให้พิจารณาสร้างโรงเรือนแบบปิดหรือระบบโดมปิด เพื่อป้องกันฝุ่นจากวัตถุดิบ (ผงปูน) ฟุ้งกระจายออกนอกอาคาร
  4. ดําเนินการฉีดพ่นละอองน้ํา (Water Spray & Misting) บริเวณภายในและภายนอกพื้นที่ โรงปูนซีเมนต์ รวมถึงให้มีการติดตั้งระบบพ่นหมอกน้ําแรงดันสูงบริเวณจุดที่เกิดฝุ่นมาก เช่น จุดระเบิด สายพานลําเลียง และจุดเทกองหิน เป็นต้น หรือระบบหมอกกําจัดฝุ่น (Fog System) สําหรับพื้นที่เฉพาะจุดที่มีฝุ่น ละอองหนาแน่น หรือใช้ปืนพ่นหมอกสําหรับพื้นที่กลางแจ้งที่เป็นพื้นที่โล่งกว้าง ซึ่งขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรีร่วมกับผู้ประกอบกิจการเข้าตรวจสอบติดตั้งระบบการฉีดพ่นละอองน้ำในจุดที่มีฝุ่นหนาแน่น
  5. ให้เร่งรัดดําเนินการติดตั้งแผงกันลมและเสียง ความสูง 11 เมตร ทั้ง 3 ด้าน ให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กําหนด
  6. กําชับให้พนักงานขับรถบรรทุกที่รับจ้างขนหินผสมดินหรือวัตถุดิบ ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร อย่างเคร่งครัด และให้ดําเนินการติดตั้งวัสดุป้องกันเสียงที่เกิดจากแรงกระแทกของฝาปิดกระบะท้ายรถบรรทุกเพื่อลดปัญหาด้านเสียงและฝุ่นละอองจากการขนวัสดุ
  7. จัดทําโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพให้กับประชาชน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นของโรงปูน เพื่อเป็นการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเมื่อผู้ประกอบกิจการได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จากกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ ให้เร่งรัดดําเนินการแก้ไขปัญหานั้นโดยเร็ว ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบกิจการและชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
  8. เพิ่มการจัดทําแนวป้องกันสีเขียว (Buffer Zone) โดยขอให้ปลูกต้นอโศกอินเดีย หรือขอให้มีการลงต้นไม้ความสูงประมาณ 3 - 4 เมตร (ไม้ล้อม) ในระยะห่างตามความเหมาะสม สลับฟันปลากับต้นอโศกอินเดีย ตลอดแนวรั้วโรงงาน เพื่อกรองฝุ่นละออง

ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดําเนินการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ (จังหวัดสระบุรีอําเภอพระพุทธบาท เทศบาลตําบลพุกร่าง) ผู้ประกอบกิจการ และตัวแทนภาคประชาชน เพื่อร่วมกันตรวจสอบ ติดตาม และแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองและเสียงที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงปูนซีเมนต์

จี้ 8 มาตรการ แก้ผลกระทบจาก 'โรงปูน' แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมี จ.สระบุรี

โดย นายสุจินต์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำเสียมีการปนเปื้อนสารเคมี ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีข้อเสนอแนะอย่างเป็นระบบดังนี้

การเร่งรัดตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ทันทีเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน การจัดตั้ง “คณะกรรมการไตรภาคีเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมชุมชน” เพื่อเปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนร่วมตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อย่างโปร่งใส การจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหามลพิษน้ำเสียจังหวัดสระบุรี” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนเป็นประธาน รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น อำเภอ ท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อกำกับ ติดตาม และรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการข้อมูลร่วมกัน และ การติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งอัตโนมัติแบบออนไลน์ (Online Monitoring) บริเวณโรงงานอุตสาหกรรมพื้นที่เสี่ยง เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษเชิงรุก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ในระยะยาว

ข้อมูลและภาพ ปชส.สระบุรี