เหตุเพลิงไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ที่คร่า 30 ชีวิต กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการกำกับดูแลสถานบันเทิงในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ว่าฯ กทม. ประกาศยกระดับมาตรการตรวจสอบจากการตรวจตามรอบ มาเป็นการตรวจเชิงรุกในช่วงเวลาเปิดให้บริการจริง พร้อมให้อำนาจสั่งปิดทันที หากพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ยังย้อนให้เห็นคำถามเดิมที่เกิดขึ้น หลังเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงหลายครั้งในประเทศไทยว่า เหตุใดสถานประกอบการจำนวนไม่น้อยผ่านการตรวจของหน่วยงานรัฐได้ ทั้งที่เมื่อเปิดให้บริการจริงกลับมีสภาพแตกต่างจากวันที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจ
ในการประชุมคณะผู้บริหารกทม.วันที่ 14 ก.ค. ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ใช้เวทีประชุมส่งสัญญาณชัดเจนไปยังผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ให้เปลี่ยนวิธีคิด และวิธีปฏิบัติในการตรวจสถานบันเทิง
แม้กทม.จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว แต่ผู้ว่าฯ กทม.เห็นว่า การรอผลสอบเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากแต่ต้องเร่งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ คำสั่งสำคัญจึงถูกส่งตรงถึง ผอ.ทั้ง 50 เขต ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบด้วยตนเอง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ร้านเปิดให้บริการจริง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำว่า แม้บางแห่งจะไม่ได้จดทะเบียนเป็น “สถานบริการ” ตามกฎหมาย แต่หากมีลักษณะการดำเนินกิจการที่เข้าข่ายเสี่ยง เจ้าหน้าที่ต้องใช้ดุลยพินิจด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และไม่ยึดติดเฉพาะสถานะทางกฎหมาย
“วันที่ตรวจ”กับ“วันที่เปิดร้าน”ไม่เหมือนกัน
ผู้ว่าฯ กทม.สะท้อนปัญหาที่พบจากการกำกับดูแลที่ผ่านมา คือ "วันที่ตรวจ”กับ“วันที่เปิดร้าน”ไม่เหมือนกัน การตรวจสถานประกอบการที่มักดำเนินการตามรอบคำสั่ง เช่น ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ ในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจ ทุกอย่างมักเป็นไปตามข้อกำหนด ทั้งทางหนีไฟ พื้นที่สัญจร และอุปกรณ์ความปลอดภัย แต่เมื่อเปิดให้บริการจริง กลับมีการนำโต๊ะ เก้าอี้ เวที หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาวางกีดขวางทางเดินและทางหนีไฟ จนลดประสิทธิภาพในการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
บทเรียนดังกล่าวทำให้กทม. เตรียมเปลี่ยนแนวทางการตรวจสอบ จากการตรวจตามรอบ มาเป็นการสุ่มตรวจต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ร้านเปิดดำเนินกิจการจริง เพื่อให้เห็นสภาพการใช้งานที่แท้จริง
"มาตรการที่ถือว่าเข้มที่สุด คือ การให้อำนาจผู้อำนวยการเขตดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากตรวจพบข้อบกพร่องที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ต้องสั่งหยุดให้บริการหรือปิดปรับปรุงทันที โดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุเสียก่อน" ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุ
คู่มือตรวจสอบสถานประกอบการ ฉบับใหม่
พร้อมกันนี้ กทม.ยังเตรียมจัดทำ คู่มือการตรวจสอบสถานประกอบการ ฉบับใหม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางมาตรฐานสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกเขต โดยจะเพิ่มรายละเอียดของรายการตรวจสอบ (Checklist) ให้ครอบคลุมมากกว่าที่ผ่านมา ทั้งด้านโครงสร้างอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟ การใช้พื้นที่ และพฤติกรรมการเปิดให้บริการจริง
โดยผู้ว่าฯ กทม.กำชับให้ ผอ.ทุกเขต ออกตรวจพื้นที่ด้วยตนเองในช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามพฤติกรรมของสถานประกอบการหลังเปิดให้บริการ ไม่ใช่เพียงตรวจเอกสารหรือความพร้อมก่อนเปิดร้าน
การยกระดับมาตรการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สังคมกำลังจับตาความปลอดภัยของสถานบันเทิงทั่วประเทศ หลังเหตุเพลิงไหม้ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ และทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบกำกับดูแลที่ผ่านมา
มาตรการของกทม.ถือเป็นการตอบสนองเชิงนโยบายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา หลายโศกนาฏกรรมสถานบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ เมาน์เทนบี หรือเหตุล่าสุดที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ต่างนำไปสู่การเข้มงวดของภาครัฐในช่วงแรก ก่อนที่การตรวจสอบจะค่อย ๆ ลดระดับลงเมื่อเวลาผ่านไป
ครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า กทม.จะสามารถเปลี่ยนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การสร้างระบบกำกับดูแลด้านความปลอดภัยที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้หรือไม่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสูญเสียจะมีความหมายก็ต่อเมื่อ สามารถป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต


