นายกฯ สั่งเร่งเดินหน้า MOU ปลดล็อกส่งออกกุ้งและปลากะพงไปมาเลเซียด่วน พยุงราคาสินค้าประมงไทย และอุ้มเกษตรกรรับมือผลผลิตทะลักหลังเปิดอ่าว
รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมงอย่างเต็มที่ ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งผลักดันการปลดล็อกการส่งออกกุ้งและปลากะพงไปยังประเทศมาเลเซียให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว หลังเสร็จสิ้นการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ
ไฟเขียวความร่วมมือไทย-มาเลเซีย ลงนาม MOU แก้ปัญหาประมงอย่างเป็นระบบ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้รายงานต่อที่ประชุม ครม. ถึงผลการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 - 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยประเด็นหลักคือการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการนำเข้าและส่งออกกุ้งและปลากะพงระหว่างสองประเทศ
ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับฝ่ายมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง MOU ฉบับนี้จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาการค้าสินค้าประมงระหว่างไทยและมาเลเซียอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
เร่งปลดล็อก "ส่งออกกุ้งไทย" รับมือผลผลิตหลังปิดอ่าว
นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายและเน้นย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งติดตามและผลักดันการดำเนินงานตามข้อตกลง MOU โดยด่วน โดยมีเป้าหมายสำคัญดังนี้
- เร่งปลดล็อกการส่งออกกุ้งไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาส่งออกสินค้ากุ้งไปยังมาเลเซียได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
- รองรับผลผลิตหลังปิดอ่าว เตรียมความพร้อมรองรับผลผลิตกุ้งธรรมชาติที่จะทยอยออกสู่ตลาด หลังสิ้นสุดมาตรการปิดอ่าวของกรมประมง
- พยุงราคาสินค้าสัตว์น้ำ ป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคา และสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกร ชาวประมง รวมถึงผู้ประกอบการไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน
รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการทำงานเชิงรุกและการลงนาม MOU ในครั้งนี้ จะช่วยเปิดประตูการค้าสินค้าประมงไทยในตลาดมาเลเซียให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องราคาสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ





