'เจเศรษฐ์' สั่งด่วนที่สุด! กำชับ ปภ.-โยธาฯ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาคารและสถานบริการทั่วประเทศ คุมเข้มระบบป้องกันอัคคีภัยและทางหนีไฟ ลั่นป้องกันดีกว่าเยียวยา
กระทรวงมหาดไทย ขยับรับลูกนโยบายความปลอดภัยเชิงรุก โดย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกหนังสือสั่งการด่วนที่สุด กำชับ 2 กรมหลัก "ปภ. - โยธาฯ" คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยอาคารและสถานบริการทั่วประเทศ มุ่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ลั่น "ชีวิตประชาชนไม่ควรแลกกับความประมาท"
สั่งการด่วนที่สุด! คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยอาคาร-สถานบริการ
ล่าสุด วันนี้ (14 ก.ค. 69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน โดยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ตนได้ลงนามในบันทึกข้อความ “ด่วนที่สุด” ถึง 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
การสั่งการในครั้งนี้ เพื่อกำชับให้หน่วยงานในสังกัดทุกระดับดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการตรวจสอบอาคาร สถานประกอบการ และสถานบริการที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก
4 มาตรการเชิงรุก ยกระดับระบบป้องกันอัคคีภัย
นายเจเศรษฐ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบระบบความปลอดภัยอย่างละเอียด โดยมุ่งเน้นไปที่จุดสำคัญเพื่อป้องกันการเกิดโศกนาฏกรรม ดังนี้
1. ระบบป้องกันอัคคีภัย ตรวจสอบถังดับเพลิง ระบบสปริงเกอร์ และอุปกรณ์ดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 100%
2. ทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง ป้ายบอกทางหนีไฟต้องชัดเจนและมีไฟสำรองส่องสว่าง
3. ระบบสัญญาณเตือนภัย ทดสอบระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ จัดทำแผนและซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
ลั่น "ป้องกันดีกว่าเยียวยา" ชี้ชีวิตประชาชนสำคัญที่สุด
รมช.มหาดไทย เน้นย้ำถึงจุดยืนในการทำงานว่า การสร้างความปลอดภัยไม่ใช่ภารกิจที่ต้องรอให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยมาแก้ไข แต่ต้องเริ่มต้นจากการป้องกัน การตรวจสอบ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
“อย่างที่ผมเน้นย้ำมาตลอดว่า ‘การป้องกันดีกว่าการเยียวยา’ เพราะชีวิตของประชาชนไม่ควรต้องแลกกับความประมาท การบังคับใช้กฎหมาย การตรวจสอบ และการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย จึงต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง หากมีอำนาจหน้าที่ใดที่ผมสามารถใช้เพื่อคุ้มครองประชาชนได้ ผมพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่" นายเจเศรษฐ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ ยังระบุเพิ่มเติมว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น หน้าที่ของภาครัฐคือการเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อลดความสูญเสียและไม่ทอดทิ้งผู้ได้รับผลกระทบ โดยยึดหลักการที่ว่า "ความปลอดภัยและชีวิตของประชาชนต้องมาก่อนเสมอ"
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะทำการติดตามผลการดำเนินงานของทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชน





