ตำรวจไซเบอร์ปฏิบัติการ ALL GAME END GAME ทลายเว็บพนันหมื่นล้าน จับนักการเมืองเครือข่ายรวม 12 ราย พร้อมยึดทรัพย์ ห้วงแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026)
กรณีตำรวจไซเบอร์ปฏิบัติการ ALL GAME END GAME ทลายเว็บพนันหมื่นล้าน จับนักการเมืองเครือข่ายรวม 12 ราย พร้อมยึดทรัพย์ ห้วงแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026)
การปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์ในห้วงการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 การระดมกวาดล้างการกระทำผิดที่เกี่ยวข้อง โดย บช.สอท. ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเปิดปฏิบัติการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่การแถลงข่าวคดีสำคัญจากปฏิบัติการในครั้งนี้
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 และ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ ALL GAME END GAME ทลายเว็บพนันยักษ์หมื่นล้าน รวบอดีตนักการเมือง พร้อมเครือข่าย 12 ราย ยึดทรัพย์กว่า 13 ล้านบาท วานนี้
สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ในห้วงการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 ในทุกมิติ ตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. โดยสั่งการให้ พ.ต.อ.นรวัฒน์ คำภิโล รอง ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ ผกก.3 บก.สอท.4 และ พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 ร่วมกันนำกำลังสืบสวนกรณีดังกล่าว กระทั่งนำมาสู่การสืบสวนพบเครือข่ายพนันออนไลน์ “All Game 248”
จากการสืบสวน พบว่าเว็บไซต์พนันออนไลน์ดังกล่าวได้ลักลอบจัดให้มีการทายพนันผลฟุตบอลโลก โดยมีลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแบ่งหน้าที่กันทำงาน มีการยักย้ายถ่ายเทปกปิดซ่อนเร้นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดอย่างสลับซับซ้อน มีสมาชิกนับหลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งบุคคลทั่วไป
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเว็บไซต์เปิดให้บริการมาประมาณ 18 เดือน โดยเพียงช่วงระยะเวลา 3 เดือนล่าสุดพบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 900 ล้านบาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี พบบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกว่า 20 บัญชี รวมทั้งเครือข่ายบัญชีธนาคารที่ใช้ในการฟอกเงินอีกกว่า 200 บัญชี
โดยพบว่าแต่ละเดือนมียอดเงินเข้าออกตั้งแต่ 10 ล้านบาท ถึง 100 ล้านบาท ต่อบัญชี มีการวางระบบเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน แบ่งบัญชีเป็นหลายระดับเพื่อรับเงินจากผู้เล่น, พักเงิน ก่อนถูกส่งไปยังบัญชีผู้รับผลประโยชน์ และยังมีการใช้บริการเครือข่าย Payment Gateway เถื่อน ในการสร้างความสลับซับซ้อนทางบัญชีผ่านบัญชีบริษัทม้า มีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับการถือครองบัญชีในเครือข่ายเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งเครือข่ายเว็บพนันดังกล่าวยังมีระบบการจัดการ ด้วยการแบ่งผู้ดูแลตามภูมิภาคต่างๆ อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานว่ามี นาย ส อดีตเลขานุการนายก อบจ. แห่งหนึ่ง ที่เคยมีข่าวเอี่ยวขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ คอยทำหน้าที่แปรสภาพเงินสดเป็นคริปโตเคอร์เรนซี ก่อนโอนไปยังวอลเล็ทต่างๆ เพื่อส่งต่อให้ผู้รับผลประโยชน์ โดยเชื่อว่ามีมูลค่าเงินที่ถูกแปรสภาพไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อเดือน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน 15 ราย รวมทั้งออกหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 จุด จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการ “ALL GAME END GAME”
ล่าสุด พ.ต.อ.นรวัฒน์ คำภิโล รอง ผบก.สอท.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ ผกก.3 บก.สอท.4, พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ท.นนท์สมรรถ โบว์สุวรรณ, พ.ต.ท.ณวดล ภาโส, พ.ต.ท.ทรงกรด มาสม รอง ผกก.3 บก.สอท.4, พ.ต.ท.นพดล แสงวรรณ, พ.ต.ท.วรภพ เดชาโชติหิรัญ และ พ.ต.ท.สมคิด ยะราช สว.กก.3 บก.สอท.4 ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด กก.3 บก.สอท.4 และ กก.2 บก.สอท.4 เข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน จำนวน 5 จุด ทั้งในพื้นที่ กทม., สมุทรปราการ และ ตาก ดังนี้
1. บ้านพักจำนวน 2 หลัง ในหมู่บ้านหรูพื้นที่ ถ.บางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
2. บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
3. ห้องพักภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.9 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
4. บ้านพักย่าน ถ.ประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม.
5. บ้านพักหลังหนึ่งในซอยชุมพลคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก
จากการเข้าตรวจค้น สามารถตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท ได้แก่ เงินสด ประมาณ 3,000,000 บาท, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 20 เล่ม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ และสามารถอายัดเงินในบัญชีธนาคาร รวมกว่า 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ทั้งหมด จำนวน 12 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน,สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” ดังนี้
1. นาย ส นักการเมืองท้องถิ่น ทำหน้าที่ แปรสภาพเงินสดเป็นคริปโตเคอร์เรนซี
2. นางสาว พ ทำหน้าที่ กดเงินสดส่งมอบให้ผู้รับผลประโยชน์
3. นาย ฤ ทำหน้าที่ กดเงินสดส่งมอบให้ผู้รับผลประโยชน์
4. น.ส.ช ทำหน้าที่ กดเงินสดส่งมอบให้ผู้รับผลประโยชน์
5. นาย ส ทำหน้าที่ บัญชีม้าสำหรับพักเงิน
6. นาย ส ทำหน้าที่ บัญชีม้าสำหรับพักเงิน
7. นาย Nyan สัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่ บัญชีม้าสำหรับพักเงิน
8. น.ส.ก ทำหน้าที่ เปิดบัญชีม้าบริษัท
9. นายบ ทำหน้าที่ เปิดบัญชีม้าบริษัท
10. น.ส.ส ทำหน้าที่ เปิดบัญชีม้าบริษัท
11. น.ส.พ ทำหน้าที่ เปิดบัญชีม้าบริษัท
12. นาย ธ ทำหน้าที่ เปิดบัญชีม้าบริษัท
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล เพื่อจับกุมผู้รับผลประโยชน์รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่ยังหลบหนี และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อประสาน ปปง. ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ที่มา ตำรวจไซเบอร์


