วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ท่าเรือเชียงแสน' ตู้สินค้าโต 74% อานิสงส์จีนไฟเขียวนำเข้าผลไม้

คมนาคม ดัน "ท่าเรือเชียงแสน" สู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขง หลังตู้สินค้าปี 69 โตพุ่ง 74% อานิสงส์ศุลกากรจีนไฟเขียวนำเข้าผลไม้ไทย ขนส่งตรงเจาะตลาดจีน

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มุ่งผลักดัน "ท่าเรือเชียงแสน" สู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และประตูการค้าสำคัญของภาคเหนือ เชื่อมโยงการค้าระหว่างไทย-จีน และกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สส.เชียงราย, คณะที่ปรึกษา และว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รักษาการแทนผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน

จับตา "ท่าเรือเชียงแสน" ตู้สินค้าเติบโตก้าวกระโดด 73.95%

จากการตรวจเยี่ยม ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน (ทชส.) พบว่าผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 มีแนวโน้มเติบโตอย่างน่าสนใจ โดยมีสถิติที่สำคัญดังนี้

  • จำนวนเรือเข้าใช้บริการ 2,737 เที่ยว
  • ปริมาณสินค้าผ่านท่า 195,574 ตัน
  • ปริมาณตู้สินค้า (Container) เติบโตก้าวกระโดดถึง 73.95% (เพิ่มขึ้นจาก 4,030 TEU ในปี 2568 เป็น 7,010 TEU ในปี 2569)

อานิสงส์จีนอนุมัตินำเข้าผลไม้ไทย ดันส่งออกทุเรียนทางเรือพุ่ง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปริมาณตู้สินค้าเติบโตอย่างรวดเร็ว มาจากการรุกตลาดร่วมกับ ท่าเรือกวนเหล่ย ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบกับการที่ศุลกากรจีนอนุมัติให้นำเข้าผักและผลไม้ผ่านเส้นทางดังกล่าว ทำให้ผลไม้ไทย โดยเฉพาะ "ทุเรียน" มีการขนส่งผ่านตู้สินค้าทางแม่น้ำโขงโดยตรงมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ตัวเลขตู้สินค้าที่เติบโตกว่า 73 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าท่าเรือเชียงแสนยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเปิดเส้นทางการค้าใหม่ ๆ" นายสรรเพชญ กล่าว

ปรับกลยุทธ์ "ท่าเรือเชียงของ" เตรียมส่งคืนพื้นที่หลังพฤติกรรมขนส่งเปลี่ยน

ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ท่าเรือเชียงของ ซึ่งพบว่าบทบาทการขนส่งเปลี่ยนไปอย่างมากหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยผู้ประกอบการหันไปใช้การขนส่งทางถนนมากขึ้น ประกอบกับทางแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าเกิน 5,000 บาท ส่งผลให้ปริมาณเรือและสินค้าลดลงต่อเนื่อง

ปัจจุบัน การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) อยู่ระหว่างเตรียมส่งคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ เพื่อพิจารณานำพื้นที่ไปพัฒนาและใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐและประชาชนในพื้นที่

ปักหมุดยุทธศาสตร์ BIMSTEC เชื่อม "เชียงแสน - ระนอง" เปิดประตูการค้าโลก

กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายระยะยาวในการยกระดับประเทศไทยจากการเป็น "ทางผ่าน" ให้ก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางการค้า การขนส่ง และการกระจายสินค้าของภูมิภาคอย่างแท้จริง

โดยมีแผนเชื่อมโยงเส้นทางการค้าจากจีนตอนใต้และกลุ่มน้ำโขงผ่านท่าเรือเชียงแสน ล่องตรงสู่ภาคใต้เพื่อเชื่อมต่อกับ ท่าเรือระนอง ภายใต้ความร่วมมือ BIMSTEC เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ทางน้ำที่มีต้นทุนต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร้รอยต่อ

นอกจากนี้ คณะเดินทางยังได้เข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงาน ณ ด่านศุลกากรเชียงของ เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเตรียมนำข้อมูลไปบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าชายแดนให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป