แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค. นี้ คุมเข้มธุรกรรม "ฝาก-แลกเงินสด" เกิน 5 ล้านบาท ต้องแจงที่มาและเหตุผลชัดเจน หลังมาตรการคุมถอนได้ผลดี
รัฐบาลเดินหน้ากวาดล้างทุนเทาและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น ล่าสุด แบงก์ชาติเตรียมคลอดมาตรการใหม่ ตรวจสอบเข้มงวดกรณีฝาก-แลกเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจงที่มา เริ่มตุลาคมนี้ เผยมาตรการเดิมคุมถอนเงินสดได้ผลดี ทำธุรกรรมวูบ 35% ขณะที่ยอดอายัดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดและแก๊งออนไลน์พุ่งทะลุหมื่นล้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปราบปรามทุนเทาและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านการเงิน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อปิดช่องทางการฟอกเงินและตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรมอย่างถอนรากถอนโคน ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมในหลายมิติ
แบงก์ชาติยกระดับสกัดทุนเทา คุมเข้ม "ฝาก-แลกเงินสด" 5 ล้านบาท
ไฮไลต์สำคัญของการดำเนินงานล่าสุดคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมยกระดับมาตรการสกัดกั้นเส้นทางเงินนอกกฎหมายให้เข้มงวดขึ้น โดยจะเริ่มบังคับใช้ใน เดือนตุลาคม นี้ ซึ่งเป็นการขยายผลจากมาตรการเดิม ดังนี้
มาตรการใหม่ (เริ่ม ต.ค.) ครอบคลุมกรณีการ ฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท และการ แลกเปลี่ยนเงินสด (เช่น การนำธนบัตร 1,000 บาท มูลค่า 10 ล้านบาท มาขอแลกเป็นธนบัตร 100 บาท หรือ 500 บาท) ผู้ทำธุรกรรมจะต้องรายงานและชี้แจงที่มาของเงิน รวมถึงเหตุผลในการแลกอย่างชัดเจน
มาตรการเดิม (ได้ผลดีเยี่ยม) มาตรการให้รายงานการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ธุรกรรมการถอนเงินสดจำนวนมากลดลงถึงประมาณ 35% และการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดยังนำไปสู่การสั่งปิดบัญชีต้องสงสัยแล้วกว่าหลายพันบัญชี
กวาดล้างนอมินี-อายัดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดหมื่นล้าน
นอกจากมาตรการภาคธนาคารแล้ว การดำเนินงานของหน่วยงานพันธมิตรภายใต้นโยบายปราบทุนเทายังมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสแรกของปี 2569
- ตรวจสอบธุรกิจนอมินี จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยง ลดลงประมาณ 60%
- ยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายทุนเทา มูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท
- ตัดวงจรเงินเครือข่ายยาเสพติด (1 เม.ย. - 10 มิ.ย. 2569) อายัดทรัพย์สินได้มากกว่า 10,000 ล้านบาท
"การปราบทุนเทาในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเฉพาะการจับกุมผู้กระทำผิด แต่ให้ความสำคัญกับการทำลายฐานทุนและเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในระยะยาว" นางสาวรัชดากล่าว
เปิดสถิติ 9 เดือน ศูนย์ ACSC ทลายแก๊งออนไลน์-กวาดบัญชีม้า 3.5 แสนบัญชี
ในส่วนของผลการดำเนินงานของ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติฯ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2568 - มิถุนายน 2569) สามารถแบ่งผลงานชิ้นโบแดงออกเป็น 3 ด้านหลัก ๆ ประกอบด้วย
1. การปกป้องและช่วยเหลือประชาชน
- ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ได้สำเร็จจำนวน 862 ราย
- สกัดกั้นและยับยั้งความเสียหายก่อนโอนย้ายได้คิดเป็นมูลค่ากว่า 82 ล้านบาท
2. การตัดวงจรและสกัดกั้นเส้นทางเงินคนร้าย
- ดำเนินการสั่งปิดบัญชีม้าไปแล้วกว่า 351,000 บัญชี
- อายัดเงินในบัญชีที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดได้มากกว่า 3,600 ล้านบาท
3. การสืบสวนจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์
- จับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายรวมแล้วกว่า 29,000 ราย
- ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการระดับ "หัวหน้าเครือข่าย" (Key man) ได้มากกว่า 70 ราย
การประสานพลังร่วมกันระหว่าง ธปท., สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ก.ล.ต., กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยอุดรอยรั่วทางเศรษฐกิจ และเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมที่มีความโปร่งใสทางการเงินอย่างยั่งยืน



