เจาะลึก 4 จุดแข็งที่ทำให้ไทยคว้าอันดับ 2 ของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ปี 2026 จากรายงาน TTW สะท้อนความเชื่อมั่นสาธารณสุขไทยระดับสากล
ประเทศไทยคว้าอันดับ 2 ของโลก ด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ประจำปี 2026 จากการจัดอันดับของ TTW สะท้อนศักยภาพ Medical & Wellness Hub ภายใต้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล
ประเทศไทยตอกย้ำความสำเร็จในฐานะศูนย์กลางสุขภาพระดับโลก หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็น จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) อันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2026 จาก Travel And Tour World (TTW) สื่อด้านการท่องเที่ยวชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ชี้ผลงานเด่นจากนโยบายผลักดัน Medical & Wellness Hub ของรัฐบาล
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจัดอันดับ Top 50 Medical Tourism Destinations in the World for 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อศักยภาพระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
เปิดโผ Top 10 ประเทศผู้นำด้าน Medical Tourism ปี 2026
จากการรายงานของ TTW ประเทศไทยสามารถทำคะแนนขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก เป็นรองเพียงประเทศตุรกีเท่านั้น และถือเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย โดย 10 อันดับแรกของโลก ได้แก่
- ตุรกี
- ประเทศไทย
- อินเดีย
- เม็กซิโก
- เกาหลีใต้
- มาเลเซีย
- คอสตาริกา
- สิงคโปร์
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- โคลอมเบีย
เจาะลึกจุดแข็ง ทำไมต่างชาติเลือกมารักษาที่ประเทศไทย?
สื่อระดับโลกอย่าง TTW ได้ระบุถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ใช้บริการทางการแพทย์จากทั่วโลก โดยมีจุดแข็งที่หลากหลาย ดังนี้
1. ความหลากหลายของโปรแกรมการรักษา ครอบคลุมตั้งแต่ ศัลยกรรมความงาม, ทันตกรรม, การรักษาโรคเฉพาะทาง (โรคหัวใจ, โรคกระดูกและข้อ, โรคมะเร็ง), การรักษาภาวะมีบุตรยาก ไปจนถึงเวชศาสตร์ป้องกัน และบริการสุขภาพองค์รวม (Wellness)
2. มาตรฐานระดับสากล โรงพยาบาลในไทยจำนวนมากได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI พร้อมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และศูนย์วินิจฉัยขั้นสูง
3. บุคลากรและบริการเหนือระดับ แพทย์และบุคลากรมีความเชี่ยวชาญสูง มีบริการรองรับผู้ป่วยหลายภาษา ระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และศูนย์ดูแลผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะ
4. ความคุ้มค่าและความสะดวก ราคาค่ารักษาที่แข่งขันได้ ระยะเวลารอคอยที่เหมาะสม และโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่เอื้อต่อการพักฟื้น
10 เมืองศักยภาพ รองรับ Medical & Wellness Hub ครบวงจร
ประเทศไทยยังมีความพร้อมด้านทำเลที่ตั้งและเมืองท่องเที่ยวที่สามารถรองรับผู้ป่วยและนักท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจร ทั้งในด้านการรักษา การพักฟื้น และการท่องเที่ยว ครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร
- ภูเก็ต
- เชียงใหม่
- พัทยา
- เกาะสมุย
- หัวหิน
- ขอนแก่น
- หาดใหญ่
- อุดรธานี
- นครราชสีมา
"การได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ของโลกในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทย รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพบริการทางการแพทย์และสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุน และการสร้างงาน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub ของโลกอย่างยั่งยืน" นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย





