เกาะติดเส้นทางพายุไต้ฝุ่นบาหวี่ล่าสุด ชี้ไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบอ้อมทำมรสุมแรงขึ้น เตือน 5 จังหวัดรับมือฝนตกหนัก-เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดต เส้นทางพายุ ล่าสุด ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของ พายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (BAVI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งปัจจุบันมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีทิศทางการเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปทางเหนือผ่านเกาะไต้หวัน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 นี้
ศูนย์กลางพายุไม่เข้าไทย แต่ส่งผลกระทบทางอ้อม
จากรายงานยืนยันว่า ศูนย์กลางของพายุไต้ฝุ่นบาหวี่ จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะสภาพอากาศของไทย อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้จะดึงดูดและส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2569
เตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ย้ำพื้นที่เสี่ยง 5 จังหวัด (11-14 ก.ค. 69)
อิทธิพลพายุทางอ้อมจะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2569 มีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในแถบภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดต่อไปนี้
- ระนอง
- พังงา
- จันทบุรี
- ตราด
- กาญจนบุรี
ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ
เตือนชาวเรือ คลื่นลมแรงสูงเด่น 2-4 เมตร (10-15 ก.ค. 69)
สถานการณ์คลื่นลมในท้องทะเลมีกำลังแรงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ
- ทะเลอันดามันตอนบน คลื่นสูง 2-4 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร) "เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง"
- อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูง 2-3 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร)
สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณเกาะไต้หวัน และมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศและตารางบินก่อนออกเดินทางอย่างละเอียด
ข้อมูลอ้างอิงและติดตามอัปเดตอย่างเป็นทางการได้ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง


