กรมชลฯ เตือนรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ 8–14 ก.ค. 69 โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน เสี่ยงน้ำหลากฉับพลัน แนะพื้นที่ลุ่มต่ำเฝ้าระวังใกล้ชิด
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศล่าสุด (ประจำวันที่ 8 กรกฎาคม 2569) โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และแบบจำลองสภาพอากาศ WRF พบว่าประเทศไทยในภาพรวมมีฝนลดลง แต่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่
วิเคราะห์สภาพอากาศ ทำไมภาคเหนือ-อีสาน ยังมีฝนตกหนัก?
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้สภาพอากาศในระยะนี้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมอยู่บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในขณะที่ภูมิภาคอื่น ๆ มีฝนกระจายตัวทั่วไป
เจาะลึกแนวโน้มฝนล่วงหน้า (8–14 ก.ค. 69) จากแบบจำลอง WRF
จากการตรวจสอบแบบจำลองสภาพอากาศ WRF สามารถแบ่งแนวโน้มสถานการณ์ฝนออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ ดังนี้
- ช่วงวันที่ 8–9 ก.ค. 69 ภาพรวมของประเทศมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ช่วงวันที่ 10–14 ก.ค. 69 (ช่วงเฝ้าระวังเป็นพิเศษ) ฝนมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งและตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
สาเหตุเกิดจาก ร่องมรสุมเริ่มเลื่อนลงมาพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น
ข้อแนะนำและมาตรการรับมือน้ำหลาก
กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกข้อแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำหลาก โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้
1. ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เฝ้าติดตามประกาศพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง
2. เตรียมพร้อมรับมือฝนตกสะสม เนื่องจากในระยะนี้ยังมีฝนตกหนักเป็นช่วง ๆ และฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้


