วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569

Login
Login

อิทธิพล 'พายุไมสัก' ทำฝนถล่มหนัก สทนช. สั่งเฝ้าระวัง 3 เขื่อนใหญ่วิกฤต

สทนช. เตือนอิทธิพลพายุโซนร้อน “ไมสัก” ทำฝนตกหนักถึง 9 ก.ค. นี้ เปิดรายชื่อ 16 จังหวัดเสี่ยงภัย พร้อมสั่งเฝ้าระวัง 3 เขื่อนใหญ่วิกฤตน้ำเกินเกณฑ์

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 แจ้งเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ให้เฝ้าระวังอันตรายจาก ฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งเป็นผลกระทบจากร่องมรสุมและ พายุโซนร้อนกำลังแรง “พายุไมสัก” (MAYSAK) ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งเริ่มน่าเป็นห่วง มีการประกาศเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่ปริมาณน้ำเกินความจุ

สภาพอากาศวันนี้และแนวโน้ม "พายุไมสัก" พ่นพิษ ฝนตกหนักต่อเนื่อง

จากการรายงานสภาพอากาศวันนี้ พบว่าร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่พายุโซนร้อนกำลังแรง “ไมสัก” (MAYSAK) ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก

คาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 6 - 9 ก.ค. 69

  • ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน
  • ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ แนวโน้มฝนจะเริ่มลดลง

สถิติตัวเลขฝนตกสูงสุดรายภาค (24 ชั่วโมงที่ผ่านมา)

  • ภาคตะวันออก จ.ตราด (133 มม.) ตกหนักที่สุดในประเทศ
  • ภาคใต้ จ.นราธิวาส (96 มม.)
  • ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก (76 มม.)
  • ภาคตะวันเฉียงเหนือ จ.นครพนม (69 มม.)
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (33 มม.)
  • ภาคกลาง จ.นครปฐม (13 มม.)

เปิดรายชื่อ 16 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก (4 - 8 ก.ค. 69)

สทนช. ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนใน พื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยมีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • ภาคเหนือ ได้แก่ ตาก, แม่ฮ่องสอน, เชียงราย, น่าน, พะเยา
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ หนองคาย, บึงกาฬ
  • ภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี, ตราด
  • ภาคตะวันตก ได้แก่ กาญจนบุรี
  • ภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, ตรัง, สตูล

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ และพื้นที่เฝ้าระวังน้ำมาก

ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศปัจจุบันอยู่ที่ 55% ของความจุเก็บกัก (คิดเป็น 44,121 ล้าน ลบ.ม.) โดยมีน้ำใช้การได้จริงเพียง 35% (20,011 ล้าน ลบ.ม.)

ปริมาณน้ำแยกตามรายภาค

  • ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำมากที่สุด คิดเป็น 63% (17,959 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 61% (4,678 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 53% (14,517 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคตะวันเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 44% (5,295 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 35% (1,123 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคกลาง มีปริมาณน้ำน้อยที่สุด คิดเป็น 28% (549 ล้าน ลบ.ม.)

แจ้งเตือน! อ่างเก็บน้ำเฝ้าระวังน้ำวิกฤต

เนื่องจากมีฝนตกเติมเข้าอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องมีการเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำสูงเกินเกณฑ์ ดังนี้

  • อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (วิกฤตน้ำมากเกินเกณฑ์ URC) จำนวน 3 แห่ง ซึ่งอยู่ในภาคเหนือทั้งหมด ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล, เขื่อนกิ่วลม และเขื่อนแม่จาง
  • อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง (น้ำเก็บกัก >80% ถึง >100%) มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 33 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 16 แห่ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 แห่ง, ภาคใต้ 4 แห่ง, ภาคตะวันออก 2 แห่ง, ภาคตะวันตก 2 แห่ง และภาคกลาง 1 แห่ง

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มท้ายเขื่อน และบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ติดตามข่าวสารสภาพอากาศและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิดในระยะนี้