เบื่อค่าไฟแพง? เช็กขั้นตอนสมัคร 'โซลาร์ภาคประชาชน' ออนไลน์ ติดโซลาร์เซลล์บ้านใช้เอง พร้อมเปิดวิธีขายไฟคืนรัฐ 2.20 บาท/หน่วย นาน 10 ปีเต็ม!
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ "โครงการโซลาร์ภาคประชาชน" ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านอยู่อาศัยสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เองภายในครัวเรือน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืนแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เสริมด้วยการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ
โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญที่เปลี่ยนบทบาทของประชาชนจาก "ผู้ใช้ไฟฟ้า" สู่ "ผู้ร่วมผลิตพลังงานสะอาด" เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาวตามนโยบายของรัฐบาล
เงื่อนไขและอัตราการรับซื้อไฟ "โซลาร์ภาคประชาชน"
สำหรับรายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญที่ประชาชนควรรู้ก่อนเข้าร่วมโครงการ มีดังนี้
- อัตราค่ารับซื้อไฟ รัฐบาลรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย
- ระยะเวลาสัญญา ผูกพันระยะยาวต่อเนื่อง 10 ปี
- โควตาการขายไฟ สามารถเสนอขายไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์
ภายในระบบสมัครออนไลน์จะมีรายละเอียดคุณสมบัติผู้สมัคร เอกสารที่ต้องเตรียม และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการระบุไว้อย่างครบถ้วน
ช่องทางสมัครออนไลน์ (แบ่งตามพื้นที่ให้บริการ)
ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนที่สนใจยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว โดยแบ่งตามพื้นที่การดูแลของการไฟฟ้า ดังนี้
1. พื้นที่กรุงเทพฯ, นนทบุรี และสมุทรปราการ
- สมัครผ่านระบบ My Energy ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
- เว็บไซต์ (คลิก)
2. พื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ
- สมัครผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
- เว็บไซต์ (คลิก)
5 ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
การเข้าร่วมโครงการได้รับการออกแบบให้มีขั้นตอนที่ชัดเจนและปลอดภัย ดังนี้
- ยื่นคำขอ ผ่านระบบออนไลน์ของ กฟน. หรือ กฟภ.
- ตรวจสอบคุณสมบัติ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและระบบ
- ประกาศผล แจ้งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ
- ทำสัญญา ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประชาชนกับการไฟฟ้า
- ตรวจสอบระบบก่อนจ่ายไฟ ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยก่อนเริ่มเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ
รัฐบาลหนุนระบบ One Stop Service อนุมัติจบในที่เดียว
นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมกันบูรณาการการให้บริการในรูปแบบ One Stop Service เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด
“โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าไฟของประชาชน แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกครัวเรือนมีส่วนร่วมผลิตพลังงานสะอาด สร้างรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกิน และร่วมกันสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้กับประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าวทิ้งท้าย


