สทนช. สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 55% โดยภาคกลางน่าห่วงสุด มีปริมาณน้ำต่ำสุดเพียง 28% เตือน 7 จังหวัดเฝ้าระวังฝนตกหนักสะสม
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เผยหลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก พร้อมเปิดพิกัด 7 จังหวัดเสี่ยงภัย เฝ้าระวังปริมาณฝนสะสม 3 วันล่วงหน้า
ไฮไลท์ฝนสูงสุดรายภาค "พังงา-เชียงราย" นำลิ่ว
จากรายงานสถานการณ์ฝนตก 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบปริมาณน้ำฝนสูงสุดในแต่ละภาค ดังนี้
- ภาคใต้ จ.พังงา (165 มม.)
- ภาคเหนือ จ.เชียงราย (152 มม.)
- ภาคตะวันออก จ.ตราด (136 มม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย (89 มม.)
- ภาคกลาง จ.สระบุรี (55 มม.)
- ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (55 มม.)
พยากรณ์อากาศและคาดการณ์ฝนล่วงหน้า
สถานการณ์วันนี้ (2 ก.ค. 69)
ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก สาเหตุเกิดจากร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
คาดการณ์ช่วงวันที่ 6 - 7 ก.ค. 69
- ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง
- ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบนแทน
เปิดพิกัด 7 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนักสะสม (1 – 3 ก.ค. 69)
สทนช. คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า ที่อาจมีปริมาณฝนมากกว่า 200 มม. ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ได้แก่:
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
- จ.ตราด อ.เกาะกูด, อ.เมืองตราด, อ.คลองใหญ่, อ.บ่อไร่, อ.เขาสมิง, อ.เกาะช้าง
- จ.นนทบุรี อ.ปากเกร็ด, อ.บางบัวทอง
- จ.พังงา อ.เมืองพังงา, อ.กะปง
- จ.น่าน อ.บ่อเกลือ
- จ.นครราชสีมา อ.เมืองนครราชสีมา
- จ.จันทบุรี อ.ขลุง
- จ.ระนอง อ.เมืองระนอง
สทนช. ได้ออกประกาศให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 1 - 3 ก.ค. 69 ในบริเวณจังหวัด เชียงราย น่าน พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
เช็กสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ
ปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมของประเทศอยู่ที่ 55% ของความจุเก็บกัก (คิดเป็น 44,122 ล้าน ลบ.ม.) โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้จริงอยู่ที่ 35% (20,013 ล้าน ลบ.ม.)
เมื่อเจาะลึกรายภาค ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีสัดส่วนดังนี้
- ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำมากที่สุด 17,955 ล้าน ลบ.ม. (63%)
- ภาคใต้ 4,602 ล้าน ลบ.ม. (60%)
- ภาคเหนือ 14,603 ล้าน ลบ.ม. (53%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,309 ล้าน ลบ.ม. (44%)
- ภาคตะวันออก 1,100 ล้าน ลบ.ม. (35%)
- ภาคกลาง มีปริมาณน้ำน้อยที่สุด 553 ล้าน ลบ.ม. (28%)


