คลังอัปเดตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 เล็งดึงกลุ่มตกหล่นและรายใหม่เข้าระบบเพิ่ม 6.4 ล้านคน ย้ำงบไม่พอพร้อมหาเพิ่ม เตรียมประกาศผล 17 ก.ค. นี้
กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการคัดกรอง "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ปี 2569" พบกลุ่มผู้เดือดร้อนและรายใหม่แห่ลงทะเบียนเพียบ เล็งดึงกลุ่มตกหล่นเข้าระบบเพิ่มกว่า 6.4 ล้านคน ย้ำนโยบายรัฐมนตรีคลัง "ไม่เน้นตัดสิทธิ ไม่เอางบประมาณเป็นตัวตั้ง" หากงบไม่พอพร้อมจัดหาเพิ่มเพื่อช่วยประชาชนอย่างต่อเนื่อง
เปิด 3 กลุ่มหลัก ผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูลผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด รัฐบาลได้แบ่งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องดูแลออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ผู้มีสิทธิรายเดิม จำนวน 13.18 ล้านคน (พบบางส่วนไม่มายืนยันสิทธิเนื่องจากไม่อยากใช้สิทธิ)
กลุ่มที่ 2 กลุ่มตกหล่นในฐานข้อมูล ของกระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 1.04 ล้านคน (บางส่วนตรวจพบว่าเสียชีวิตแล้ว)
กลุ่มที่ 3 กลุ่มตกหล่นนอกฐานข้อมูล ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและดึงเข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 5.4 ล้านคน
การเปิดลงทะเบียนรอบนี้ จะมีกลุ่มผู้เดือดร้อนรายใหม่สลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเน้นการกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึงที่สุด
นโยบายคลังย้ำชัด "คนเดือดร้อนต้องได้สิทธิ" ไม่เอางบประมาณเป็นตัวตั้ง
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ยืนยันว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการคัดกรองรอบนี้คือ การนำผู้ที่เดือดร้อนตัวจริงเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายอย่างชัดเจนว่า ไม่เน้นการตัดสิทธิประชาชน และไม่ได้นำตัวเลขงบประมาณมาเป็นข้อจำกัด หากงบประมาณที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ รัฐบาลพร้อมที่จะจัดหาเพิ่มเติมในภายหลัง
ไทม์ไลน์สำคัญ เตรียมเสนอ ครม. และประกาศผลกรกฎาคมนี้
สำหรับผู้ที่รอฟังผลการคัดกรองและสิทธิในโครงการรอยต่อ (เช่น โครงการ 60-40) สศค. กำลังพิจารณาคุณสมบัติอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน แต่ยังคงความต่อเนื่องในการช่วยเหลือ โดยมีกำหนดการสำคัญดังนี้
- 14 กรกฎาคม 2569 เตรียมนำเสนอข้อมูลและกลไกการทำงานทั้งหมดให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ
- 17 กรกฎาคม 2569 คาดว่าจะมีการ ประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่อย่างเป็นทางการ
ประชาชนที่ลงทะเบียนสามารถติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบสิทธิได้ตามช่องทางอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังต่อไป


