วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ด่วน! ซุ่มเก็บหลักฐาน คดีแอร์รับหิ้ว จับตาจะสาวถึงใคร

กัดไม่ปล่อย ด่วน ป.ป.ส. ซุ่มเก็บหลักฐาน คดีแอร์รับหิ้ว จับตาจะสาวไปถึงใคร

KEY POINTS

  • ป.ป.ส. ร่วมมือกับตำรวจออสเตรเลีย (AFP) และหน่วยงานพิทักษ์เขตแดน (ABF) เพื่อสืบสวนขยายผลคดีลูกเรือสายการบินหญิงชาวไทยที่ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่เมลเบิร์น
  • การสืบสวนมุ่งเน้นการแกะรอยเส้นทางลำเลียงยาเสพติด เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ
  • นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยจะมีการนำความคืบหน้าของคดีเข้าที่ประชุมบอร์ด ป.ป.ส. เพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติม

รายงานจาก ป.ป.ส. วันนี้ซุ่มเก็บหลักฐาน คดีแอร์รับหิ้ว เผยได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ งานนี้กัดไม่ปล่อย เร่งแกะรอยทุกฝีก้าว จับตาจะสาวไปถึงใคร

อย่างไรก็ดี พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยนายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด วานนี้ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) และสำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย (Australian Border Force: ABF) เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับคดีลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ รวมถึงการยกระดับความร่วมมือในการสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดระหว่างประเทศไทยและประเทศออสเตรเลีย

การหารือครั้งนี้มีผู้แทนจากฝ่ายออสเตรเลีย ประกอบด้วย นางคริสตี้-ลี เครสซี เจ้าหน้าที่อาวุโส สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย ประจำกรุงเทพมหานคร, นายเบรนดอน แบสฟอร์ด เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงาน สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย ประจำกรุงเทพมหานคร, นายเจมส์ ไรอัน ที่ปรึกษา สำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย และนายบรรพต เด่นเมธารัตน์ ผู้ดูแลโครงการอาวุโส สำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย

ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการขยายผลคดีหญิงลูกเรือสายการบินชาวไทย ซึ่งถูกทางการออสเตรเลียจับกุมเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ ท่าอากาศยานเมลเบิร์น พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการสืบสวน ผลการสอบสวนในประเด็นเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ผู้เกี่ยวข้อง เครือข่ายผู้รับปลายทาง และแนวทางขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวโน้มการลักลอบใช้ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านในการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สาม โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางสำคัญของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ พร้อมกำหนดแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การสืบสวนร่วม การติดตามเครือข่าย และการยกระดับมาตรการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดอย่างเข้มข้น

 

พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการสืบสวนร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อขยายผลจับกุมผู้บงการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นพื้นที่ลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศปลายทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการเร่งรัดปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ตัดวงจรการลำเลียง และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งในประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ

ด่วน! ซุ่มเก็บหลักฐาน คดีแอร์รับหิ้ว จับตาจะสาวถึงใคร

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในตอนท้าย ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติเป็นอย่างยิ่ง โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งขยายผลและสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง ทั้งนี้ ความคืบหน้าของความร่วมมือและผลการดำเนินงานในคดีดังกล่าว จะถูกนำเสนอเป็นวาระในการประชุมบอร์ด ป.ป.ส. ที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เพื่อกำหนดมาตรการและข้อสั่งการในการยกระดับการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อมูลและภาพ ป.ป.ส.