ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไทยหารือ 11 ประเทศ ปมขบวนการค้ามนุษย์ 46 สัญชาติ ช่วยเหลือแล้ว 14,694 ราย
กรณีหารือร่วม 11 ประเทศ พร้อมองค์กรภาคีทั้งไทยและต่างประเทศ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ วานนี้ที่โรงแรมมัดดีส์ บีช รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี
โดยมี พล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จเรตำรวจ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ
ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย สาธารณรัฐเกาหลี และเนปาล
พร้อมผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration - IOM), สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย (HSI) และ ศูนย์ความร่วมมือและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong Integrated Law Enforcement and Security Cooperation Center – LMLECC)
รวมถึงหน่วยงานของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพบก ร่วมประชุม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางความร่วมมือในการสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจัดการประชุมระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569
ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ แนวโน้ม และรูปแบบการกระทำผิดที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน
พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยเห็นพ้องที่จะเร่งรัด
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง
- การประสานการสืบสวนคดีข้ามพรมแดน
- การติดตามเส้นทางการเงิน
- การช่วยเหลือและส่งกลับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
- รวมถึงการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดและผู้บงการเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม
ขบวนการค้ามนุษย์ 46 สัญชาติ ช่วย 14,694 ราย
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ประเทศต่าง ๆ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากขบวนการค้ามนุษย์รวม 46 สัญชาติ จำนวน 14,694 ราย ขณะที่ประเทศไทยได้รับคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศกัมพูชา เนื่องจากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ ระหว่างปี 2565–2569 จำนวน 105 ครั้ง รวม 2,774 ราย
สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงระหว่างหลายประเทศ และจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางป้องกันการล่อลวงประชาชนให้เดินทางไปทำงานกับขบวนการอาชญากรรมในต่างประเทศ ซึ่งมักใช้วิธีหลอกลวงผ่านการชักชวนให้ลงทุน การโฆษณารับสมัครงานที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง
และการหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) โดยทุกประเทศเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการเฝ้าระวัง การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อลดจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อและสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลและภาพ ตร.





