เปิดเบื้องหลัง สนธิกำลังบุกจับข้าราชการระดับ ปลัดจังหวัด เรียกรับเงินอ้างฝากสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น
กรณี ตำรวจ-จนท. สนธิกำลังบุกจับข้าราชการระดับ ปลัดจังหวัด เรียกรับเงินอ้างฝากสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ กรมการปกครอง ร่วมกันจับกุม นาย ร อดีตปลัดจังหวัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 ที่ 12/2569 ลง 26 มิ.ย.69
ในความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561
ตำรวจจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
สืบเนื่องจากเมื่อปี 2563 กลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ประจำอำเภอสุไหงปาดี ได้รู้จักกับนาย ร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายอำเภอในขณะนั้น
ต่อมากลุ่มผู้เสียหายต้องการความก้าวหน้าในอาชีพและเตรียมสมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 จึงได้เดินทางไปพบผู้ต้องหาที่บ้านพักในจังหวัดสงขลาเพื่อขอคำปรึกษา ต่อมาผู้ต้องหาได้แอบอ้างว่ามีเส้นสายคนสนิทกับผู้ใหญ่ภายในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจ่ายค่าดำเนินการรายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 900,000 บาท สำหรับผู้เสียหายจำนวน 3 ราย
กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อจึงนำเงินสดใส่ซองเอกสารสีน้ำตาลไปส่งมอบให้กับคนสนิทของผู้ต้องหา
ต่อมา ภายหลังจากการประกาศผลสอบข้อเขียนอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าไม่มีรายชื่อของกลุ่มผู้เสียหาย เมื่อทวงถามไปยังผู้ต้องหากลับได้รับการบ่ายเบี่ยงและอ้างว่าให้รอสอบในครั้งหน้า พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ทั้งหมด
กระทั่งต่อมาผู้ต้องหาได้ติดต่อมาแจ้งว่าจะโอนเงินคืนให้จำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเกินจากยอดจริงมา 100,000 บาท และสั่งให้ผู้เสียหายโอนเงินส่วนต่างกลับคืนไป แต่ผู้เสียหายไม่ได้ดำเนินการตาม เนื่องจากทราบข่าวในภายหลังว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้เสียหายรายอื่นในลักษณะเดียวกัน และพบว่าเงินจำนวนที่ได้รับคืนมานั้น เป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งมีการเรียกรับสินบนจากผู้เสียหายรายอื่นมาหมุนเวียนประกอบกับเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการทุจริตอย่างร้ายแรง
จึงได้มาพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดี จนกระทั่งศาลได้อนุมัติหมายจับ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. จึงได้บูรณาการกำลังร่วมกับ ป.ป.ช., ป.ป.ท., DSI และกรมการปกครอง เข้าตรวจสอบและทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 1 จุด เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., ได้สั่งการให้พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. นำโดย พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.2 บก.ปอท. รรท.ผกก.5 บก.ป, พ.ต.อ.ธนพงษ์ ทับกล้ำ ผกก.6 บก.ปปป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ดำเนินการ
ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)




