เช็กประโยชน์! พ.ร.ฎ.เชื่อมข้อมูลรัฐ มีผลแล้ว ช่วยลดขั้นตอนยื่นเอกสาร จัดสวัสดิการแม่นยำขึ้น คุมเข้มความปลอดภัย ห้ามข้อมูลรั่วไหลเด็ดขาด
รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนระบบราชการดิจิทัล ประกาศบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานรัฐ มุ่งยกระดับการจัดสวัสดิการประชาชนแบบมุ่งเป้า ลดความซ้ำซ้อนในการยื่นเอกสาร พร้อมคุมเข้มมาตรการความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ป้องกันการรั่วไหล
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในการควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายฉบับนี้มีหัวใจสำคัญในการปรับปรุงระบบการทำงานของภาครัฐให้ทันสมัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
สาระสำคัญ พ.ร.ฎ. เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ประชาชนได้ประโยชน์อะไร?
การประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ จะเข้ามาเปลี่ยนผ่านการทำงานของภาครัฐให้เป็นระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้
- จัดสวัสดิการรัฐแบบมุ่งเป้า หน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบาย มาตรการช่วยเหลือ และจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และตรงจุด
- ลดภาระประชาชน แก้ปัญหาเดิม ๆ ที่ประชาชนต้องยื่นเอกสารซ้ำหลายครั้งเมื่อต้องติดต่อต่างหน่วยงาน เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการให้บริการ
- เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย สร้างความโปร่งใสในภาครัฐ และลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนของเจ้าหน้าที่
หลักการทำงาน ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมของตนต่อหน่วยงานรัฐแห่งอื่นตามที่มีการร้องขอ เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลและให้บริการประชาชนผ่านวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์
คุมเข้มความปลอดภัย! ห้ามแชร์ต่อบุคคลภายนอกเด็ดขาด
แม้จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน แต่รัฐบาลย้ำชัดถึง มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างเคร่งครัด โดยกำหนดเงื่อนไขสำคัญไว้ดังนี้
- หน้าที่ในการปกป้องข้อมูล หน่วยงานรัฐที่ร้องขอข้อมูล มีหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้มีการเปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอก (ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือภาคเอกชน)
- คำนึงถึงสิทธิเจ้าของข้อมูล การนำข้อมูลไปใช้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล
ปลดล็อกระบบราชการดิจิทัล ลดงบประมาณซ้ำซ้อน
นางสาวรัชดา กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาการจัดเก็บข้อมูลของภาครัฐมักแยกส่วนกัน (Data Silo) ทำให้เกิดความล่าช้าในการบริการและสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น การออกกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลดล็อกระบบราชการไทยให้ก้าวสู่ "รัฐบาลดิจิทัล" ยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง (Data-Driven) ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของพี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด


