วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ไทย-ลาว ตั้ง 'วอร์รูมหมอกควัน' เวียงจันทน์ สกัดฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน

ทส. เดินหน้ายุทธศาสตร์ฟ้าใส จับมือ สปป.ลาว ตั้งวอร์รูมหมอกควันไฟป่าแห่งที่ 4 ณ แขวงเวียงจันทน์ ยกระดับระบบเฝ้าระวัง สกัดฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนชายแดน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้า "ยุทธศาสตร์ฟ้าใส" (CLEAR Sky Strategy) มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ จับมือกรมกิจการชายแดนทหาร จัดตั้งห้องปฏิบัติการติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่า (War Room) ณ แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว หวังรับมือและสกัดกั้นปัญหาฝุ่น PM2.5 และหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นระบบก่อนเข้าสู่ฤดูกาลเผาปีหน้า

ขับเคลื่อน "ยุทธศาสตร์ฟ้าใส" สกัดหมอกควันข้ามแดน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมมือกับกรมกิจการชายแดนทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการยกระดับการติดตาม เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญภายใต้ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดน

ไทย-ลาว ตั้ง 'วอร์รูมหมอกควัน' เวียงจันทน์ สกัดฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน

ปักหมุดวอร์รูมแห่งที่ 4 ณ แขวงเวียงจันทน์

ดร. สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 คพ. ได้ร่วมกับกรมกิจการชายแดนทหาร จัดตั้งวอร์รูมหมอกควันไฟป่าแห่งใหม่ขึ้น ณ แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนับเป็นศูนย์ประสานงานแห่งที่ 4 ต่อจาก 3 แห่งแรก ได้แก่

  • แขวงบ่อแก้ว
  • แขวงไซยะบูลี
  • แขวงหลวงน้ำทา

เพื่อให้ผู้แทนจากหน่วยงานของทั้งประเทศไทยและ สปป.ลาว สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ แผนการบริหารจัดการไฟป่า และการเผาในที่โล่ง รวมถึงกำหนดแนวทางการประสานงานร่วมกันในระดับพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ไทย-ลาว ตั้ง 'วอร์รูมหมอกควัน' เวียงจันทน์ สกัดฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน

วอร์รูม (War Room) ทำหน้าที่อะไรในการสู้ภัยฝุ่น PM2.5?

ศูนย์ปฏิบัติการหรือวอร์รูมแห่งใหม่นี้ จะทำหน้าที่เป็น "ศูนย์กลาง" ในการบริหารจัดการข้อมูลและขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดังนี้

  • วิเคราะห์จุดความร้อน (Hotspot) ติดตามและรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมแบบเรียลไทม์
  • ประเมินสภาพอากาศ ใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและแบบจำลองการเคลื่อนที่ของมวลอากาศเพื่อคาดการณ์แนวโน้มฝุ่นละออง
  • ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า สนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที
  • สานสัมพันธ์ข้ามแดน แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างไทย-สปป.ลาว เพื่อลดผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน

มุ่งสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ดร. สุรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมควบคุมมลพิษจะยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังและบริหารจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนในระดับภูมิภาค อันจะนำไปสู่การลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและปกป้องสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน

ไทย-ลาว ตั้ง 'วอร์รูมหมอกควัน' เวียงจันทน์ สกัดฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน