วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

กรมอุทยานฯ เร่งจัดรูปที่ดินป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ให้สิทธิทำกิน ตั้งเป้าเสร็จปี 70

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขานรับนโยบายจัดรูปที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยมอบหมายให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับงบประมาณสนับสนุนจำนวนกว่า 19.8 ล้านบาท มาใช้ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในการเร่งตรวจสอบคุณสมบัติและออกหนังสือรับรองสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้แก่ราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ ที่มีพื้นที่รวมกว่า 3.2 แสนไร่ ซึ่งสิทธินี้สามารถตกทอดเป็นมรดกได้ แต่ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือ พร้อมกันนี้โครงการยังมุ่งบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนบทบาทของชาวบ้านให้มาเป็นกำลังสำคัญในการร่วมดูแลรักษาป่า ตลอดจนช่วยแก้ปัญหาวิกฤตไฟป่าและมลพิษฝุ่นควัน PM2.5 อย่างเป็นระบบ โดย กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตั้งเป้าหมายจะจัดรูปที่ดินในป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายในปี 2570

กรมอุทยานฯ เร่งจัดรูปที่ดินป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ให้สิทธิทำกิน ตั้งเป้าเสร็จปี 70

 

วันนี้ (25 มิถุนายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ขานรับข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในการเดินหน้าจัดรูปที่ดินทำกินควบคู่กับการสร้างอาชีพ โดยมอบหมายให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การสนับสนุนงบประมาณอุดหนุน จำนวน 19,827,000 บาท จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

โดยมี นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีนายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และนายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายก อบจ.เชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน "โครงการบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่" มุ่งแก้ไขปัญหาความไม่ชัดเจนในการใช้ประโยชน์ที่ดิน และสกัดกั้นปัญหามลพิษฝุ่นควัน PM2.5 อย่างยั่งยืน

กรมอุทยานฯ เร่งจัดรูปที่ดินป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ให้สิทธิทำกิน ตั้งเป้าเสร็จปี 70

 

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาความไม่ชัดเจนในการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ ส่งผลให้เกิดการขยายพื้นที่ทำกิน บุกรุกป่า ดินพังทลาย และมีการเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของวิกฤตไฟป่าและหมอกควันสะสมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงได้เน้นย้ำนโยบายเร่งจัดรูปที่ดินเพื่อลดข้อพิพาทระหว่างรัฐและประชาชน ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้อง พร้อมดึงราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาผืนป่า โดยภาครัฐมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจกับประชาชนตั้งแต่ต้นว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีสถานภาพเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งสิทธิในการทำกินนี้สามารถตกทอดเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานได้ แต่ไม่สามารถทำการซื้อขายเปลี่ยนมือได้

ด้าน นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าวว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน รวม 27 แห่ง เนื้อที่รวมกว่า 7,307,886 ไร่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่ถือครองทำกินของราษฎรเฉพาะในเขตป่าอนุรักษ์จังหวัดเชียงใหม่รวมทั้งสิ้น 322,672 ไร่ ครอบคลุม 401 หมู่บ้าน ราษฎร 41,035 ราย หรือคิดเป็น 65,319 แปลง โดยงบประมาณอุดหนุนเพิ่มเติมจาก อบจ.เชียงใหม่ กว่า 19 ล้านบาทนี้ จะนำมาใช้ขับเคลื่อนขั้นตอนสำคัญในการสอบทาน ตรวจสอบคุณสมบัติ และบริหารจัดการพื้นที่อย่างละเอียดหลังจากที่ได้สำรวจการถือครองไว้แล้ว เพื่อออกหนังสือรับรองการอยู่อาศัยทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยสร้างความมั่นคงและปรับเปลี่ยนบทบาทของราษฎรให้มาเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูป่าไม้ หยุดยั้งการทำลายป่า ตลอดจนลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าอย่างเป็นระบบ

นอกเหนือจากการรับรองสิทธิทำกินแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการบูรณาการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในทุกด้านเพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างผาสุก ทั้งการส่งเสริมอาชีพและการตลาดด้วยการรับรองผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต การพัฒนาด้านสาธารณสุขเพื่อดูแลระบบสุขอนามัยและคุณภาพชีวิต การวางมาตรการป้องกันและช่วยเหลือเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติ ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่า ผ่านการให้ความรู้ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อลดการใช้สารเคมีและการแผ้วถางป่า

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้วางเป้าหมายใหญ่ในการจัดรูปที่ดินราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศให้ครบถ้วนภายในปี 2570 โดยได้เตรียมความพร้อมบุคลากรผ่านหน่วย "นักส่งเสริมและพัฒนา" จำนวน 634 หน่วย ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน ส่งเสริมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และทำงานแบบฝังตัวร่วมกับชาวบ้านเพื่อวิเคราะห์ความต้องการและพัฒนาอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ราษฎรสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุขและร่วมกันรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ให้คงอยู่สืบไป

 

กรมอุทยานฯ เร่งจัดรูปที่ดินป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ให้สิทธิทำกิน ตั้งเป้าเสร็จปี 70