สคบ. ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ เข้มห้ามโฆษณาเกินจริง-หมกเม็ดค่าบริการแฝง หากเทลูกค้า/เบี้ยวคูปอง เข้าข่ายฉ้อโกง เสี่ยงคุก 6 เดือน ปรับ 1 แสนบาท
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับคุ้มครองผู้บริโภค ส่ง สคบ. จับมือ อย. และกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่เชิงรุกตรวจร้านอาหารบุฟเฟต์ย่านปทุมวัน กำชับโฆษณาต้องตรงปก ห้ามหมกเม็ดค่าบริการแฝง หากพบขายคูปองล่วงหน้าแล้วเทลูกค้า เข้าข่ายฉ้อโกง คุกสูงสุด 6 เดือน ปรับ 1 แสนบาท
สคบ. นำทีมบูรณาการ ตรวจเข้มร้านบุฟเฟต์ย่านปทุมวัน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและป้องกันการเอาเปรียบประชาชน
ล่าสุด นางสาวศุภมาส ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจร้านอาหารบุฟเฟต์ในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันของ 5 หน่วยงานหลัก เพื่อดูแลผู้บริโภคแบบครบวงจร ได้แก่:
- สคบ. ตรวจสอบการโฆษณาและเงื่อนไขการให้บริการ
- อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ตรวจสอบคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร และการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอาหาร
- กรมการค้าภายใน ตรวจสอบการแสดงราคาและการจำหน่ายสินค้าที่เป็นธรรม
- สำนักงานเขตปทุมวัน ตรวจสอบมาตรฐานด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการ
เปิด 3 บัญญัติเหล็ก "ร้านบุฟเฟต์" ต้องโปร่งใส ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค
จากการที่ธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์มีการแข่งขันด้านโปรโมชั่นสูง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพและสิทธิประโยชน์ของประชาชน โดย สคบ. ได้เน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญ ที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- เงื่อนไขโปรโมชั่นต้องชัดเจน การแสดงป้ายโฆษณาและเงื่อนไขต่าง ๆ ต้องระบุให้ผู้บริโภคทราบอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจใช้บริการ
- อาหารต้อง "ตรงปก" ภาพอาหารและเมนูที่ใช้โฆษณาต้องตรงกับสินค้าที่ให้บริการจริง หากมีกรณีสินค้าหมดต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า
- ราคาต้องเคลียร์ ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ต้องแสดงราคารวมที่ชัดเจน ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ค่าบริการ (Service Charge) รวมถึงเงื่อนไขการใช้คูปองหรือโปรโมชั่นต่าง ๆ อย่างครบถ้วน
โทษหนัก! โฆษณาเท็จปรับ 1 แสน / เทคูปองบุฟเฟต์เสี่ยงคุกฐานฉ้อโกง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเตือนผู้ประกอบการว่า หากพบการกระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด:
- กรณีโฆษณาอันเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด มีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีจำหน่ายคูปองล่วงหน้าแล้วปิดกิจการหนี หรือหลีกเลี่ยงไม่ให้บริการโดยมีเจตนาหลอกลวง อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่ง สคบ. สามารถดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายได้ทั้งหมด
"รัฐบาลยืนยันว่าจะคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่เป็นธรรม โปร่งใส และปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานธุรกิจบริการของไทยในระยะยาว" นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย


