วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

รัฐ จับมือ เอกชน กางแผน 4 เสาหลัก ดัน SMEs เข้าห่วงโซ่อุปทานใหม่

รัฐ-เอกชนกางแผน 4 เสาหลักยกระดับ SMEs อัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพิ่มสภาพคล่อง พร้อมดันเข้าห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมใหม่ บูสต์เงินหมุนเวียนสู่ชุมชน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าให้ความสำคัญกับการยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม เนื่องจากเป็นฐานการจ้างงานหลักของระบบเศรษฐกิจ และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในระดับฐานราก

การขับเคลื่อนในครั้งนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่งเป็นเวทีหลักในการรวบรวมข้อเสนอ จัดทำแผนปฏิบัติการ ติดตามความคืบหน้า และผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

กางแผน 4 เสาหลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

จากการประชุม กรอ. เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามข้อเสนอจากภาคเอกชนผ่าน 4 เสาหลัก สำคัญ โดยมีกลุ่ม SMEs เป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากเข้ากับการลงทุนยุยุคใหม่ ดังนี้

  • เสาหลักที่ 1 การสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่
  • เสาหลักที่ 2 การส่งเสริมการค้า บริการ และเศรษฐกิจชุมชน
  • เสาหลักที่ 3 การพัฒนาคนและนวัตกรรม
  • เสาหลักที่ 4 การอำนวยความสะดวกภาครัฐ

อัดฉีดสภาพคล่อง เร่งเงินหมุนเวียนสู่ชุมชน

แนวทางการยกระดับและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในระยะสั้นและระยะกลาง ประกอบด้วยมาตรการสำคัญเพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน ดังนี้

  • มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ SMEs
  • การเข้าถึงเทคโนโลยี แหล่งทุน และตลาดใหม่ มุ่งเน้นการทลายข้อจำกัดเดิม ๆ
  • มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐ ช่วยให้ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยขายสินค้าได้มากขึ้น เพื่อให้เงินสดหมุนเวียนกลับเข้าสู่ชุมชนได้เร็วขึ้น และพยุงกำลังซื้อของประชาชน

ดึง SMEs ปักหมุดในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นอกจากมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นแล้ว รัฐบาลยังมีเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันให้ SMEs ไทย เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมใหม่ และภาคการท่องเที่ยวมูลค่าสูง เช่น

  • เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และ Data Center
  • พลังงานสะอาด และดิจิทัล
  • อุตสาหกรรมการแพทย์ และ Wellness
  • บริการมูลค่าสูง (High-value Services)

เป้าหมายคือการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยยกระดับขึ้นมาเป็นคู่ค้า, ผู้ผลิตชิ้นส่วน, ผู้ให้บริการระบบ, ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงผู้ร่วมวิจัยและพัฒนา

ดันสินค้า "Made in Thailand" สู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

รัฐบาลเน้นย้ำถึงการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ โดยพร้อมสนับสนุนสินค้า Made in Thailand และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินจากการลงทุนใหม่ ๆ จะตกอยู่กับคนในประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขเม็ดเงินลงทุนในภาพรวมเท่านั้น

"หาก SMEs แข็งแรง เศรษฐกิจไทยก็จะแข็งแรงตามไปด้วย เพราะ SME จ้างงานจำนวนมากและกระจายรายได้สู่พื้นที่ การทำให้ SMEs เข้าถึงทุน เทคโนโลยี ตลาด และห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ จึงเป็นการเพิ่มรายได้ประชาชน สร้างงาน และยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ" น.ส.รัชดา กล่าวทิ้งท้าย