วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

ราคาทองวันนี้ (25 มิ.ย.69) ปรับ 34 ครั้ง ปิดตลาดร่วงแรง 1,300 บาท

ราคาทองวันนี้ (25 มิ.ย.69) ผันผวนหนักทุบสถิติปรับ 34 ครั้ง ก่อนปิดตลาดร่วงแรงดิ่งน่าใจหายถึง 1,300 บาท เช็กสาเหตุ และราคาทองล่าสุดที่นี่

ราคาทองวันนี้ (25 มิ.ย.69) สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับเปลี่ยน ราคาทองคำ ระหว่างวันอย่างดุเดือด โดยการประกาศ ครั้งที่ 34 พบว่าราคาทองปรับตัว ลดลงอย่างรุนแรงถึง 1,300 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้ ส่งผลให้นักลงทุนและผู้สะสมทองคำต้องเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อัปเดต ราคาทองคำล่าสุด (ประกาศครั้งที่ 34 เวลา 15:56 น.)

การปรับเปลี่ยนราคาครั้งที่ 34 ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศ (อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ) มีรายละเอียดดังนี้

ราคาทองรูปพรรณ

  • รับซื้อ บาทละ 61,595.08 บาท
  • ขายออก บาทละ 63,850.00 บาท

ราคาทองคำแท่ง

  • รับซื้อ บาทละ 62,850.00 บาท
  • ขายออก บาทละ 63,050.00 บาท

ราคาทองคำโลก (Gold Spot)

  • อยู่ที่ 3,991.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ราคาทองวันนี้ (25 มิ.ย.69) ปรับ 34 ครั้ง ปิดตลาดร่วงแรง 1,300 บาท

เช็กราคาทองวันนี้ 1 สลึง / ครึ่งสลึง

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในทองคำขนาดเล็ก หรือมองหาของขวัญ ราคาทองคำเฉลี่ย (ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ) มีรายละเอียด ดังนี้

  • ราคาทองคำ ครึ่งสลึง ขายออกประมาณ 7,881.25 บาท
  • ราคาทองคำ 1 สลึง ขายออกประมาณ 15,762.50 บาท
  • ราคาทองคำ 2 สลึง ขายออกประมาณ 31,525.00 บาท
  • ราคาทองคำ 1 บาท ขายออกประมาณ 63,050.00 บาท

ราคาข้างต้นเป็นราคาประเมินโดยประมาณการตามฐานราคาทองคำแท่งบาทละ 63,050.00 บาท
 

วิเคราะห์สถานการณ์ : ทำไมราคาทองวันนี้ร่วงหนัก?

การปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึง 1,300 บาทในการปิดตลาดวันนี้ (ครั้งที่ 34) ถือเป็นหนึ่งในวันที่มีความผันผวนสูงที่สุดของปี โดยราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) ทรุดตัวลงหลุดระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงไปทดสอบแนวรับต่ำสุดใหม่ในรอบ 7 เดือน นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำประเมินว่าเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดพร้อมๆ กัน ดังนี้:

1. สัญญาณดอกเบี้ยเฟดที่ยังคง "สายเหยี่ยว" (Hawkish)

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณแตกแยก และมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ออีก 3-4 ครั้งเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟดที่ยังค้างสูง ทำให้นักลงทุนปรับมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Rates) จะอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คิด ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย

2. เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่องทุบสถิติ

แรงหนุนจากความคาดหมายเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ออกมาแข็งแกร่ง ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DIX) พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น จึงทำให้ราคาทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น และเกิดแรงเทขายสัญญาทองคำออกมาอย่างหนัก

3. สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย

ความตึงเครียด และประเด็นขัดแย้งในระดับโลกเริ่มมีสัญญาณการเจรจาทางการทูตที่ดีขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe-Haven Asset) และโยกย้ายเม็ดเงินกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าในช่วงนี้

4. ปัจจัยทางเทคนิค "หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน"

ในเชิงสถิติ และการลงทุน ราคาทองคำโลกได้ร่วงหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (200-day Moving Average) ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา ส่งผลให้ระบบซื้อขายอัตโนมัติ (Algorithmic Trading) และนักลงทุนสถาบันพากันเทขายตัดขาดทุน (Stop Loss) ซ้ำเติมให้ราคาร่วงดิ่งลงอย่างรวดเร็ว และผันผวนระหว่างวันถึง 34 ครั้ง

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์