วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน 2569

Login
Login

CAAT ปลดล็อก 'บินโดรน' ชายแดนไทย-กัมพูชา เช็กเลย 7 จังหวัดยังห้ามบิน

CAAT ประกาศผ่อนคลายกฎบินโดรนชายแดนไทย-กัมพูชา หนุนประชาชนใช้ทำมาหากิน แต่ยังคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง 7 จังหวัด เช็กพิกัดและเงื่อนไขด่วนก่อนบิน!

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศฉบับใหม่ล่าสุด (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2569 ปรับลดความเข้มงวดและผ่อนคลายมาตรการการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือ "โดรน" (Drone) ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจ สามารถกลับมาใช้โดรนประกอบอาชีพได้ตามปกติ หลังประเมินร่วมกับฝ่ายความมั่นคงแล้วพบว่าสถานการณ์คลี่คลายลง แต่ยังคงสั่งคุมเข้มในบางอำเภอที่เป็นพื้นที่เสี่ยง

เปิดพิกัด 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังเป็น "พื้นที่ควบคุมโดรน"

แม้ภาพรวมจะมีการผ่อนคลายให้บินโดรนได้ทั่วราชอาณาจักร แต่อย่างไรก็ตาม CAAT ยังคงมาตรการจำกัดการบินโดรนในบางอำเภอของ 7 จังหวัดชายแดน เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ดังนี้

  1. จังหวัดอุบลราชธานี อ.เขมราฐ, อ.นาตาล, อ.โพธิ์ไทร, อ.ศรีเมืองใหม่, อ.โขงเจียม, อ.สิรินธร, อ.บุณฑริก, อ.นาจะหลวย และ อ.น้ำยืน
  2. จังหวัดศรีสะเกษ อ.ภูสิงห์, อ.ขุนหาญ และ อ.กันทรลักษ์
  3. จังหวัดสุรินทร์ อ.พนมดงรัก, อ.กาบเชิง, อ.สังขะ และ อ.บัวเชด
  4. จังหวัดบุรีรัมย์ อ.ละหานทราย และ อ.บ้านกรวด
  5. จังหวัดสระแก้ว อ.คลองหาด, อ.อรัญประเทศ, อ.โคกสูง และ อ.ตาพระยา
  6. จังหวัดจันทบุรี อ.เมืองจันทบุรี, อ.สอยดาว และ อ.โป่งน้ำร้อน
  7. จังหวัดตราด อ.เมืองตราด, อ.คลองใหญ่ และ อ.บ่อไร่

สำหรับพื้นที่ควบคุมข้างต้น ผู้อำนวยการ CAAT อาจพิจารณาอนุญาตให้บินโดรนได้เป็นกรณีเฉพาะ เช่น การบินโดรนเพื่อการเกษตร, การบรรเทาสาธารณภัย, เหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน หรือภารกิจบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ

 

เงื่อนไขสำคัญ! ก่อนบินโดรนต้องทำอย่างไรให้ถูกกฎหมาย?

สำหรับผู้ปฏิบัติการบินโดรนที่ต้องการบินในพื้นที่ทั่วไป หรือยื่นขออนุญาตในพื้นที่ควบคุม จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีเช็กลิสต์สำคัญ ดังนี้

  1. ขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยาน ให้ถูกต้อง
  2. ขึ้นทะเบียนตัวอากาศยาน (โดรน) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  3. ทำประกันภัยภาคบังคับ สำหรับโดรน
  4. ขออนุญาตปฏิบัติการบินผ่านระบบ UAS Portal ของ CAAT ก่อนเริ่มทำการบินทุกครั้ง

CAAT ยืนยันว่าจะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับเปลี่ยนมาตรการให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนกับการรักษาความมั่นคงของชาติ