ประกันสังคมแนะผู้ประกันตนโสด ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายล่วงหน้า ป้องกันสิทธิตกหล่น ชี้หากไม่มีทายาทเงินจะตกเข้ากองทุน
สำนักงานประกันสังคม แนะผู้ประกันตนสถานะโสด ไม่มีทายาทตามกฎหมาย จัดทำหนังสือระบุชื่อผู้มีสิทธิรับ "เงินสงเคราะห์กรณีตาย" ไว้ล่วงหน้า รักษาสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิต ชี้หากไม่มีผู้รับ เงินจะตกเข้ากองทุน พร้อมเผยเกณฑ์การจ่ายเงินและวิธีเช็กสิทธิ
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงการดูแลสิทธิประโยชน์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย โดยชี้แจงแนวทางตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 73 (2) เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกันตนที่สถานะโสด ได้เข้าใจสิทธิและรักษากองทุนของตนเองได้อย่างถูกต้อง
คนมีครอบครัว-ทายาท ไม่ต้องทำหนังสือก็ได้
สำหรับผู้ประกันตนที่มีครอบครัว มีบุตร หรือมีบิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ประสงค์จะมอบสิทธิให้แก่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิก็ได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้สำนักงานประกันสังคมเฉลี่ยจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตายให้แก่ สามีภรรยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากันอยู่แล้ว
ผู้ประกันตน "สถานะโสด" ย้ำต้องทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิ
นางสาวกาญจนากล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับกรณีผู้ประกันตนที่ไม่ได้สมรส หรือไม่มีบิดามารดาและทายาทตามกฎหมาย หากประสงค์จะมอบสิทธิเงินสงเคราะห์กรณีตายให้แก่บุคคลอื่น สามารถจัดทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้าได้”
หากผู้ประกันตนโสดสนิท ไม่มีทายาทตามกฎหมาย และไม่ได้ทำหนังสือระบุตัวบุคคลไว้ เมื่อเสียชีวิตลง เงินสงเคราะห์ก้อนนี้จะไม่มีบุคคลใดมีสิทธิรับ และกองทุนประกันสังคมจะไม่ได้จ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ใครเลย
สำนักงานประกันสังคมจึงขอแนะนำให้ผู้ประกันตนที่สถานะโสด จัดทำเอกสารระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีตายให้ชัดเจน โดยมีหลักการดังนี้
- กรอกชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับสิทธิให้ครบถ้วน
- ลงลายมือชื่อพยานให้ครบถ้วนเพื่อความสมบูรณ์ของเอกสาร
- ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิสามารถเก็บรักษาเอกสารนี้ไว้เอง และนำมายื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต
สรุปสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิต (เงื่อนไขและจำนวนเงินที่จะได้รับ)
เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการศพจะได้รับเงินเยียวยาและสิทธิประโยชน์ 3 ส่วนหลัก ดังนี้
1. ค่าทำศพ
- ผู้จัดการศพจะได้รับเงินเหมาจ่ายจำนวน 50,000 บาท
2. เงินสงเคราะห์กรณีตาย
(คำนวณจากระยะเวลาการส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป)
- ส่งเงินสมทบ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับ ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย × 4 เดือน
- ส่งเงินสมทบ 120 เดือนขึ้นไป ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับ ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย × 12 เดือน
3. เงินบำเหน็จชราภาพ
- ได้รับเงินออมชราภาพคืนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
กำหนดเวลาและช่องทางการยื่นสิทธิ
ผู้มีสิทธิหรือทายาทสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวก
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ


