สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แนะนำผู้ประกันตนที่มีสถานะ “โสด” ไม่มีคู่สมรสหรือไม่มีทายาทตามกฎหมาย ทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาไม่มีผู้รับสิทธิ หากไม่แจ้งชื่อไว้ กองทุนจะไม่จ่ายเงินให้แก่บุคคลใด
ข้อควรรู้ “สำนักงานประกันสังคม” (สปส.)แนะนำผู้ประกันตน ที่มีสถานะ “โสด” ไม่มีคู่สมรสหรือไม่มีทายาทตามกฎหมาย ทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาไม่มีผู้รับสิทธิ หากไม่แจ้งชื่อไว้ กองทุนจะไม่จ่ายเงินให้แก่บุคคลใด
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 73 (2) กำหนดให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกรณีเสียชีวิตตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป เมื่อเสียชีวิตแล้ว ประกันสังคม จะจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตายให้แก่บุคคลที่ผู้ประกันตนได้ระบุชื่อไว้ในหนังสือแสดงเจตนา
หากไม่ได้ระบุผู้รับสิทธิ เงินจะตกแก่ทายาทโดยชอบธรรม
ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิไว้ เงินสงเคราะห์จะถูกเฉลี่ยจ่ายให้แก่
- สามีหรือภรรยา
- บิดาและมารดา
- บุตร
โดยได้รับส่วนแบ่งในจำนวนที่เท่ากัน
ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีครอบครัวหรือมีบิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ได้ต้องการระบุให้บุคคลใดเป็นผู้รับสิทธิโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องจัดทำหนังสือดังกล่าว
ผู้ประกันตนโสดควรทำหนังสือระบุผู้รับเงินให้ชัดเจน
สำนักงานประกันสังคม แนะนำผู้ประกันตนที่ไม่ได้สมรส หรือไม่มีบิดามารดาและทายาทตามกฎหมาย หากต้องการมอบสิทธิเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตให้บุคคลอื่น ควรจัดทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินไว้ล่วงหน้า โดยต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ได้แก่
- ชื่อผู้มีสิทธิรับเงิน
- เลขประจำตัวประชาชนของผู้รับสิทธิ
- ข้อมูลพยาน
เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิได้อย่างชัดเจน โดยสามารถเก็บเอกสารไว้กับตนเอง และให้ผู้มีสิทธินำมายื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต
หากไม่มีผู้มีสิทธิรับเงิน กองทุนจะไม่จ่ายให้บุคคลใด
- ประกันสังคมระบุว่า หากผู้ประกันตนไม่มีผู้รับสิทธิตามกฎหมาย และไม่ได้ทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิไว้ล่วงหน้า เงินสงเคราะห์กรณีตายจะไม่มีการจ่ายให้แก่บุคคลใด
สิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตที่ผู้มีสิทธิจะได้รับ
1. ค่าทำศพ 50,000 บาท
ผู้จัดการศพมีสิทธิได้รับค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท
2. เงินสงเคราะห์กรณีตาย
- ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 4 เดือน
- ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป ได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 12 เดือน
3. เงินบำเหน็จชราภาพ
ผู้มีสิทธิยังสามารถรับเงินบำเหน็จชราภาพได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ยื่นขอรับสิทธิได้ภายใน 2 ปี
ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายใน 2 ปี นับจากวันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวก
ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ


