ครม. ไฟเขียวตั้งคณะกรรมการคุมเข้ม “สินค้านำเข้าเสี่ยงแรงงานบังคับ” เล็งคลอดบัญชี Blacklist สกัดสินค้าผิดกฎหมาย ยกระดับมาตรฐานการค้าไทยสู่สากล
ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ อนุมัติจัดตั้ง “คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ” มุ่งแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดันมาตรฐานไทยเทียบเท่าสากล สอดคล้องหลักการ WTO และ UN
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ในการกำหนดหลักเกณฑ์สินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงการใช้แรงงานบังคับ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจาทางการค้า และแสดงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
โดย ครม. ได้อนุมัติใน 2 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
- รับทราบผลการไต่สวน ประเทศไทย
- เห็นชอบให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน
อำนาจหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการชุดใหม่
มาตรการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย โดยคณะกรรมการฯ จะมีอำนาจหน้าที่หลักๆ ดังนี้
- วางมาตรการและแนวทางแก้ไข ปัญหาการนำเข้าสินค้าที่มีความเสี่ยงจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ให้สอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก (WTO)
- กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐาน ในการตรวจสอบเอกสารรับรองสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยง
- จัดทำและเสนอบัญชีรายชื่อ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีรายชื่อเฝ้าระวัง (Watchlist) บัญชีดำ (Blacklist) หรือบัญชีรายชื่อสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ (Risk List) เพื่อเสนอต่อ ครม. ต่อไป
ยกระดับมาตรฐานไทย สู่หลักการสากล (UN & ILO)
การกำหนดหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างแนวปฏิบัติของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลใน 2 ด้านหลัก คือ
1. หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGP) มุ่งเน้นการตรวจสอบและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทางวัตถุดิบจนถึงผู้ส่งมอบ
2. หลักการของอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
- อนุสัญญาฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ. 1930 (C29)
- พิธีสาร ค.ศ. 2014 ส่วนเสริมอนุสัญญา ฉบับที่ 29 (P29)
- อนุสัญญาฉบับที่ 105 ว่าด้วยการยกเลิกแรงงานบังคับ ค.ศ. 1957 (C105)
ทั้งนี้ ประเทศไทยเข้าเป็นรัฐภาคีของทั้งสหประชาชาติ (UN) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเวทีโลก
ขั้นตอนต่อไป เตรียมออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ ครม. มีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการส่งเรื่องให้ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับไม้ต่อ
โดยจะดำเนินการออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป



