วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

รับมือเอลนีโญ! สั่งตุนน้ำในเขื่อนรับมือฝนทิ้งช่วงยาวถึงปีหน้า

กระทรวงเกษตรฯ สั่งรับมือวิกฤตเอลนีโญทวีความรุนแรง หวั่นกระทบฝนทิ้งช่วง สั่งกรมชลฯ ปรับแผนกักเก็บน้ำในเขื่อน 24 ชม. สำรองยาวถึงปี 2570

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ามาตรการเชิงรุกรับมือภาวะ "เอลนีโญ" (El Niño) ด้านกรมชลประทานเผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังอยู่ที่ร้อยละ 56 สั่งปรับ Rule Curve ยืดหยุ่น เร่งกักเก็บน้ำช่วงฝนทิ้งช่วง สำรองยาวถึงฤดูแล้งปี 2570

เกษตรฯ สั่งคุมเข้ม "เอลนีโญ" หวั่นฝนทิ้งช่วงกระทบเกษตรกร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ภาวะเอลนีโญ (El Niño) แล้ว ซึ่งอาจส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติและมีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วง

จึงได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะ กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการเกษตรและประชาชนโดยด่วน

รับมือเอลนีโญ! สั่งตุนน้ำในเขื่อนรับมือฝนทิ้งช่วงยาวถึงปีหน้า

เปิดสถิติน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ล่าสุดมิถุนายน 2569

ปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ดังนี้

  • อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 42,636 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ รวมกัน และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 34,118 ล้าน ลบ.ม. 
  • อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 12,953 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้

ทั้งนี้ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

รับมือเอลนีโญ! สั่งตุนน้ำในเขื่อนรับมือฝนทิ้งช่วงยาวถึงปีหน้า

ปรับเกณฑ์ "Rule Curve" ยืดหยุ่น ตุนน้ำต้นทุนสู้ภัยแล้ง

จากแนวโน้มสถานการณ์เอลนีโญที่จะทวีความรุนแรงขึ้นและอาจทำให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานดำเนินการยกระดับการจัดการน้ำ ดังนี้

  • ติดตามสภาพอากาศ 24 ชั่วโมง บูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำทั่วประเทศเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มล่วงหน้า
  • ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำ (Rule Curve) เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำช่วงปลายฤดูฝนให้ได้มากที่สุด
  • สำรองน้ำทุกภาคส่วน เตรียมน้ำต้นทุนรองรับความต้องการทั้งการอุปโภคบริโภค, รักษาระบบนิเวศ, ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม ให้เพียงพอในช่วงฤดูแล้งหน้า

เดินหน้า 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี บุคลากร และเครื่องจักรกลสนับสนุน เช่น เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ รวมถึงการตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารชลประทาน คันกั้นน้ำ และพนังกั้นน้ำในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศให้พร้อมใช้งานเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569

กระทรวงเกษตรฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำ แนวโน้มสภาพอากาศ ให้แก่เกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันวางแผนการใช้น้ำอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร และมั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องไปจนถึงฤดูแล้งปี 2570

รับมือเอลนีโญ! สั่งตุนน้ำในเขื่อนรับมือฝนทิ้งช่วงยาวถึงปีหน้า