วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

เอลนีโญพ่นพิษ! ไทยจ่อเจอ คลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม ยาวสิ้นปี

สทนช. เตือนไทยรับมืออากาศแปรปรวนขั้นสุด หลังเอลนีโญอยู่ยาวสิ้นปีนี้ จ่อเผชิญคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และฝนทิ้งช่วงยาวถึงกลาง ก.ค. 69

สทนช. เผยประเทศไทยเตรียมเข้าสู่สภาวะ "ฝนทิ้งช่วง" ปลายมิถุนายนถึงกลางกรกฎาคม 2569 นี้ คาดลากยาวและรุนแรงกว่าปกติหลัง "เอลนีโญ" แผ่ฤทธิ์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เสี่ยงเจอทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ เร่งบูรณาการทุกหน่วยงานงัด 9 มาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด

เอลนีโญพ่นพิษ! คาดฝนทิ้งช่วงปี 2569 ลากยาวและรุนแรงกว่าปกติ

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งจากการคาดการณ์พบว่าปีนี้อาจมีความรุนแรงและลากยาวกว่าปกติ

สาเหตุหลักมาจากปัจจัยหนุนของ ปรากฏการณ์เอนโซ (ENSO) ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ สภาวะเอลนีโญ (El Niño) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ว่า สภาวะเอลนีโญนี้จะยังคงทรงตัวและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนสูง ไม่ว่าจะเป็น

  • คลื่นความร้อน (Heatwave) และสภาพอากาศร้อนจัด
  • ภัยแล้ง จากภาวะฝนขาดช่วง
  • ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ในบางพื้นที่ที่เกิดฝนสะสม

เปิดสถิติน้ำในอ่างเก็บน้ำ 2569 ปริมาณฝนต่ำกว่าเกณฑ์ 10%

ภาพรวมสถานการณ์น้ำและปริมาณน้ำฝนตั้งแต่อต้นปีจนถึงปัจจุบัน พบว่าประเทศไทยมีปริมาณฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติอยู่ประมาณร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม สทนช. ยังคงแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเหตุน้ำท่วม น้ำหลาก และดินถล่ม จากกรณีฝนตกหนักสะสมในบางพื้นที่

สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 21 มิ.ย. 69)

  • ปริมาณน้ำทั้งหมด 44,944 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุ)
  • ปริมาณน้ำใช้การได้ 20,836 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุ)
  • ปริมาณน้ำปีนี้ น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ประมาณ 490 ล้านลูกบาศก์เมตร

สทนช. งัด 9 มาตรการรับมือฤดูฝน เร่งปรับแผนระบายน้ำ

เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด สทนช. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากรให้สแตนด์บายช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังได้ประสานงานร่วมกับ กรมชลประทาน และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เร่งปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยเน้นย้ำการควบคุมน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อสร้างสมดุลน้ำให้เพียงพอต่อทุกกิจกรรม ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำหลังสิ้นสุดฤดูฝนไว้ให้ได้มากที่สุด พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

ยกระดับการเตือนภัย เตรียมพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์ฝนใหม่

ปัจจุบัน สทนช. ได้ทำการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสภาพอากาศรวมถึงสถานการณ์น้ำเป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ช่วงเวลา (เช้าและเย็น) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการน้ำและการประกาศแจ้งเตือนภัยได้อย่างแม่นยำ

ในก้าวต่อไป สทนช. เตรียมพัฒนา แบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณฝนใหม่ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งแบบจำลองนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ปริมาณน้ำท่า คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และดินถล่มได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นในอนาคต