วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน 2569

Login
Login

เปิดโควตาใหญ่! อิตาลีรับแรงงานไทย 30,000 อัตรา/ปี เผย 3 สายงานขาดแคลน

โอกาสทองตลาดยุโรป! อิตาลีเปิดโควตารับแรงงานไทยปีละ 30,000 อัตรา เจาะกลุ่มเกษตร สุขภาพ และบริการ รัฐบาลเร่งคลอด MOU ดันไปทำงานถูกกฎหมาย สกัดนายหน้าเถื่อน

รัฐบาลไทยจับมืออิตาลี เตรียมลงนาม MOU ขยายตลาดแรงงาน ดันแรงงานไทยเข้าตลาดยุโรปผ่านกฎหมาย Flows Decree ตั้งเป้า 30,000 คนต่อปี ในภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข และบริการ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้แก่แรงงานไทยในต่างประเทศ ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีร่วมกับ H.E. Marina Elvira Calderone รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคม สาธารณรัฐอิตาลี ในการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

อิตาลีบรรจุไทยในกฎหมาย "Flows Decree" โควตากว่า 5 แสนอัตรา

การหารือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของแรงงานไทยในตลาดยุโรป โดยรัฐบาลอิตาลีได้บรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงาน หรือ Flows Decree (Decreto Flussi 2026-2028) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเปิดรับแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย โดยนโยบายดังกล่าวมีโควตารับแรงงานนอกสหภาพยุโรปรวมกว่า 500,000 อัตรา

จากการประสานงานเบื้องต้น ฝ่ายอิตาลีแสดงความสนใจรับแรงงานไทยสูงถึง 20,000-30,000 คนต่อปี โดยเน้นกลุ่มสาขาที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก ได้แก่

  • ภาคเกษตรกรรม (ทั้งแรงงานตามฤดูกาลและแรงงานทั่วไป)
  • ภาคสาธารณสุขและสุขภาพ
  • ภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม

เร่งรัด MOU แรงงานไทย-อิตาลี สกัดนายหน้าเถื่อน

กระทรวงแรงงานไทยได้ขอความร่วมมือจากอิตาลีในการเร่งรัดจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านแรงงาน เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด ซึ่ง MOU ฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการ

  1. จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานยุโรปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  2. ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงโดยกลุ่มนายหน้าเถื่อน
  3. ยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และสภาพการจ้างงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ความร่วมมือ 4 ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองประเทศเห็นพ้องร่วมกัน

  • การพัฒนาอาชีวศึกษาและศูนย์ฝึกแรงงานร่วม
  • การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบบำนาญชราภาพ
  • การคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการครอบครัว
  • การเพิ่มโอกาสจัดส่งแรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานยุโรป

เล็งดึงโมเดลทวิภาคี และกฎหมาย "Right to Disconnect" พัฒนาแรงงานไทย

นอกจากเรื่องการจัดส่งแรงงานแล้ว ประเทศไทยยังให้ความสนใจศึกษา ระบบการศึกษาทวิภาคี (Dual-Track Education) และการศึกษาเชิงเทคนิคของอิตาลี เพื่อนำมาปรับใช้ในการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับสถานประกอบการ ยกระดับทักษะแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกยุคใหม่

พร้อมกันนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนแนวคิดด้านความปลอดภัยในที่ทำงาน และแนวคิด “สิทธิในการตัดการเชื่อมต่อ” (Right to Disconnect) เพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างจากการถูกบังคับให้ทำงานนอกเวลางาน ซึ่งเป็นเทรนด์กฎหมายแรงงานที่ทันสมัย

หากการลงนาม MOU สำเร็จลุล่วง อิตาลีจะกลายเป็นตลาดแรงงานยุโรปที่สำคัญของคนไทย ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรายได้และโอกาสการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักยภาพของแรงงานไทยในฐานะ "แรงงานคุณภาพ" ที่ได้รับความไว้วางใจในเวทีระดับสากลอีกด้วย