วสท. ลุยตรวจเหตุระทึกกันสาดถล่มย่านสัมพันธวงศ์ เผยโครงสร้างเก่ากว่า 50 ปีเสื่อมโทรม สั่งเร่งค้ำยัน-ตัดกันสาดชั้น 1 พร้อมลดน้ำหนักตึกด่วน!
วันนี้ (21 มิ.ย. 2569) ทีมเจ้าหน้าที่จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นำโดย ดร.อิทธิพล พสิษฐ์โยธิน ประธานกรรมการกฎหมายและจรรยาบรรณ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างและความปลอดภัยของอาคารพาณิชย์จุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน หลังเกิดเหตุกันสาดพังถล่ม เพื่อวางแนวทางดูแลโครงสร้างและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำสอง
เผยโครงสร้างอาคารเก่าอายุ 50 ปี เสื่อมโทรมเหมือนร่างกายมนุษย์
ดร.อิทธิพล ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการประสานงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนอาคารและประเมินแนวทางการปรับปรุง เบื้องต้นจากการสำรวจโครงสร้างภายในอาคารจำนวน 3-4 คูหา พบรายละเอียดดังนี้
- อาคารคูหาที่ 3 พบรอยปริอย่างชัดเจน ตัวอาคารเป็นโครงสร้างแบบก่ออิฐถือปูนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี
- โครงสร้างภายใน คานและพื้นยังคงเป็นไม้ ส่วนกันสาดที่ถล่มลงมาเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
"ลักษณะของอาคารก็เหมือนร่างกายมนุษย์ที่มีความเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา โครงสร้างส่วนที่ยื่นออกมา (กันสาด) เปรียบเหมือนเรายืนยื่นแขนไปข้างหน้านานๆ วันแรกๆ อาจจะรับน้ำหนักได้ดี แต่พอนานวันเข้าความแข็งแรงจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดที่รับไม่ไหวก็เกิดการพังถล่มลงมาอย่างที่เห็น" ดร.อิทธิพล กล่าวเปรียบเทียบ
แนะแนวทางแก้ไขเร่งด่วน : ค้ำยัน-ตัดกันสาดชั้น 1-ลดน้ำหนักสิ่งของ
จากการตรวจสอบสภาพความปลอดภัยล่าสุดหลังจากที่มีการเคลียร์พื้นที่ไปเมื่อวานนี้ วสท. ได้ให้คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในระหว่างรอการตรวจเช็กอย่างละเอียด (เชิงลึก) ดังนี้
- เฝ้าระวังคานทรุดตัว คานบางส่วนที่ยังไม่ได้ตัดอาจมีการทรุดตัวลงมา ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้สัญจรไปมา จึงจำเป็นต้องทำ "การค้ำยันชั่วคราว" ระหว่างรอขั้นตอนการตัดโครงสร้าง
- กระจายน้ำหนัก โครงสร้างหลักที่เป็นแบบก่ออิฐถือปูนและคานไม้กั้นกลางยังไม่น่ากังวลมากนัก แต่ได้แจ้งให้ผู้พักอาศัย ลดน้ำหนักการวางสิ่งของบนชั้น 2 แล้วย้ายลงมากระจายไว้ที่ชั้นล่างแทน
- มาตรการของเขต เสนอแนะให้สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ดำเนินการ ตัดกันสาดบริเวณชั้น 1 ที่มีแนวโน้มจะพังทลายลงมา พร้อมทำโครงค้ำยันไม่ให้หล่นลงสู่พื้น
ทั้งนี้ ดร.อิทธิพล ยืนยันว่า จากการประเมิน ยังไม่จำเป็นต้องรื้อถอนอาคารทั้งหมด เนื่องจากความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะส่วนของกันสาดด้านหน้าเท่านั้น ส่วนผนังรับน้ำหนัก (Bearing Wall) และพื้นภายในอาคารยังคงแข็งแรงและใช้งานได้ตามปกติ
เขตสัมพันธวงศ์ เร่งประสานวัดไตรมิตร-จัดระเบียบตรวจอาคารเสี่ยงทั่วพื้นที่
ด้านสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ พบว่ากลุ่มผู้พักอาศัยเตรียมรวมตัวเพื่อยื่นขออนุมัติซ่อมแซมกันสาดดังกล่าว ทางเขตจึงได้แนะนำให้ประสานงานกับทาง วัดไตรมิตร ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ เพื่อตอบรับคำสั่งของปลัดกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่กำชับให้ทุกสำนักงานเขตปูพรมตรวจสอบกันสาดอาคารเก่าหลังจากเคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกัน สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ได้วางมาตรการเชิงรุก ดังนี้
- ส่งนายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารข้างเคียงและอาคารร้างอย่างต่อเนื่อง หากพบความสุ่มเสี่ยงจะออกหนังสือแจ้งเตือนเจ้าของอาคารให้รีบปรับปรุงทันที
- ร่วมมือกับสำนักการโยธา และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) นำกลุ่ม "วิศวกรอาสา" ที่ขึ้นทะเบียน ลงพื้นที่จัดทำแผนประเมินความเสี่ยงของอาคารต่างๆ เพื่อจัดลำดับความรุนแรงและดำเนินการแก้ไขตามกฎหมายควบคุมอาคารต่อไป
ภาพ : โสภน สุเสนา (Sopon Susena)


